ไลฟ์สไตล์

เดินตามเวลาผ่านแฟชั่นบนข้อมือ

เดินตามเวลาผ่านแฟชั่นบนข้อมือ

04 ก.ค. 2553

กลับมาเอาใจนักสะสมเรือนเวลาอีกครั้งกับ "สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป" งานแสดงนวัตกรรมแห่งกาลเวลาครั้งใหญ่ ที่รวบรวมนาฬิกาแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 20,000 เรือนพิเศษ มาเผยโฉมให้ทุกคนได้ยลและจับจองเป็นเจ้าของ

ซึ่งครั้งนี้ได้คัดสรรนาฬิกาเรือนพิเศษ คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด และนวัตกรรมอัจฉริยะแห่งโลกเวลา มานำเสนอเป็นประเทศแรกหลังจากงานบาเซิล เวิลด์ และ SIHH จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 "กบ" เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ผู้บริหารอาวุโสสายการตลาด แห่งสยามพารากอน กล่าวว่า เทรนด์นาฬิกาปีนี้จะเด่นตรงดีไซน์ที่ดูคลาสสิก ขณะเดียวกันก็มีความเป็นวินเทจหรือเรโทร ซึ่งหลายแบรนด์ต่างนำเอาแรงบันดาลใจจากนาฬิการุ่นไฮไลท์ในอดีต กลับมาเป็นแรงบันดาลใจในการผลิตนาฬิกาเรือนใหม่ ซึ่งยังคงความคลาสสิกในรูปลักษณ์ภายนอก แต่ภายในยังคงเด่นในเรื่องของเมคคานิคเช่นเดิม ขณะที่สีดำที่จัดว่าเป็นสีฮิตตลอดกาล ถูกนำมาใช้เป็นหน้าปัด ตัวเรือน เข็ม ตัวเลข และสายนาฬิกา บ่งบอกถึงความทันสมัยได้อย่างลงตัว 

 "กลไกนาฬิกาที่สลับซับซ้อนที่นับว่าเป็นกลไลอันมหัศจรรย์ หรือฟังชั่นพิเศษอย่างทูร์บิญองที่ทำให้นาฬิกาเที่ยงตรงที่สุด ยังคงเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตมุ่งมั่นผลิตกันทั่วโลก เพื่อแสดงถึงศักยภาพในการผลิตของแต่ละแบรนด์ และกลไกลที่สลับซับซ้อนเหล่านี้ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อลดภาระการดูแลรักษา นาฬิกาในปีนี้จะมีขนาดเล็กลง สวมใส่ได้ง่ายขึ้น น้ำหนักเบาขึ้น โดยผู้ผลิตต่างนำวัสดุน้ำหนักเบาอย่าง ไทเทเนียมและเซรามิกมาผลิต" กบ แจกแจง

 การจัดงานครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 คอนเซ็ปต์ คือ มาสเตอร์พีช ที่ตั้งใจนำเสนอประดิษฐกรรมชิ้นพิเศษ ที่เน้นการทำงานของเทคโนโลยีระดับสูง เข้ากับดีไซน์ที่งดงาม ลักชัวรี่ ที่เผยความหรูหราสง่างามของเครื่องบอกเวลาอันประณีต ด้วยวัสดุตัวเรือนคุณภาพเยี่ยม ตลอดจนคัดสรรอัญมณีชิ้นงามมาบรรจงตกแต่งบนตัวเรือน ส่วนกลุ่ม เทรนด์ เป็นการอวดโฉมเทรนด์แห่งเรือนเวลาที่ผ่านการปรับแต่งโฉมให้รับกับทุกเทรนด์และทุกรสนิยมของแต่ละบุคคล ซึ่งที่เด่นคือ TAG HEUER รุ่น New Carrera Automatic Chronograph Day-Fate Thai Limited Edition นาฬิการุ่นพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 150 ปีของแบรนด์ โดยรุ่นนี้ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อตลาดในประเทศไทย โดยบริเวณหน้าปัดจะมีลายเส้นธงชาติไทยเผยโฉมอยู่

 สำหรับเรือนไฮไลท์ของการจัดงาน เห็นจะตกอยู่ที่แบรนด์ พามีเจียนี เฟอริเย่ร์ รุ่น เทคนิคคา โครโน - ยูนีค พีซ ซึ่งผลิตขึ้นเพียงเรือนเดียวในโลก เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างศิลปะชั้นสูงและความนุ่มลึกในการสร้างสรรค์กลไลที่ซับซ้อน นาฬิกาเรือนนี้มาพร้อมกับกลไลบอกเวลาชั่วโมงและนาทีด้วยเสียงระฆัง 2 โทนเสียง พร้อมกลไกทูร์บิญอง ตัวเรือนแพลตตินั่ม สนนราคา 33.38 ล้านบาท ขณะที่ ชาเนล ส่งรุ่น J-12 Joaillerie ที่จัดว่าเป็นไฮเทคเซรามิกสีดำและทองคำขาวประดับเพชรน้ำหนักรวมกว่า 32 กะรัต ราคาจึงตกอยู่ที่ 19.16 ล้านบาท เรือนสุดท้ายกับ ฮูโบลท์ รุ่น ทูร์บิญอง แบท แบง โกลด์ เซรามิก เรือนเวลาสุดหรูที่มาพร้อมกลไกทูร์บิญองตัวเรือนทองชาด 18 เค ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนทั่วโลก ราคา 5.49 ล้านบาท

 นอกจากนี้ภายในงานยังมีการประมูลนาฬิกาของรักคนดัง อาทิ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล "คิด" คณชัย เบญจรงคกุล "ต๊อด" ปิติ ภิรมย์ภักดี "ท็อป" ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี "กบ" เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ "แพท" สุธาสินี พุทธินันทน์ โรดริเกส มาริโอ เมาเร่อร์ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ เป็นต้น เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลร่วมสมทบกองทุนรวมกันเราทำได้ สำหรับงานแสดงมหกรรมแห่งกาลเวลานี้จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม บริเวณ ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ ชั้น เอ็ม สยามพารากอน และแผนกนาฬิกา พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์