ไลฟ์สไตล์

พึ่งตนพึ่งธรรม-โลกเสมือน... เพื่อนของคนหลงไฮเทค

พึ่งตนพึ่งธรรม-โลกเสมือน... เพื่อนของคนหลงไฮเทค

04 ก.ค. 2553

สวัสดีวันพระ เช่นเคยนะครับ หากท่านผู้อ่านยังระลึกจำได้ รับทราบอยู่เสมอๆ ว่า “วันพระ” มาถึงแล้ว ก็ถือว่าการฟื้นฟูวันพระให้กลับสู่วิถีในสังคมไทย ได้เริ่มกระเตื้องขึ้นแล้ว ถือว่าที่ ท่านพระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวังโส

 พยายามรณรงค์มาหลายปีดีดัก ก็ไม่เสียเปล่า ...ท่านเคยปรารภกับผมเสมอครับว่า วิถีพุทธ วิถีวันพระ ที่สถาบันครอบครัวพร้อมกันพากันไปทำกิจกรรมร่วมกันที่วัด สร้างบุญกุศลร่วมกันเป็นหมู่ใหญ่ คนละครอบคนละครัว ร่วมกันสร้างเป็นกุศลมวลรวมประชาชาตินั้น หายไปนาน เพราะถูกทำลายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ (สมัยนั้น ใครเป็นผู้นำรัฐบาลไปไล่ย้อนกันเอาเองนะครับ ผมไม่อยากนำใครมาประจาน ณ ที่นี้) ...ท่านยังประมวลให้ผมฟังอีกว่า ที่เห็นสังคมไทยแตกแยก รุนแรง บานปลายเช่นนี้ ก็คือผลแห่งการละทิ้งต่อวิถีพุทธ วิถีวันพระนั่นเอง

 ผมเองไม่รู้จะช่วยท่านด้วยวิธีไหนดี เพราะตัวเองก็ไม่มีเพาเวอร์ (Power) อะไรจะไปโน้มน้าวสังคมให้กลับมาใส่ใจจริงจังต่อวันพระได้ ผู้เขียนก็เป็นเพียงคนเดินดินกินข้าวแกงจานละ ๒๐ บาท (ไม่ใส่ไข่ดาว) เท่านั้น จึงทำได้เพียงปวารณาตัวกับท่าน เริ่มที่ตัวเองก่อนละกัน ด้วย “การถือศีล ๘ ในวันพระ” บูชาพระรัตนตรัย ระลึกรู้ถึงบรรยากาศการเป็นอยู่อย่างพระ เลียนแบบพระในวันนั้น

 ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ยังเคยเขียนไว้ในธรรมโฆษณ์เล่มหนึ่งว่า การถือศีล ๘ เช่นนี้ถือเป็นการ เดินตามรอยพระอรหันต์ ทีเดียว บุญกุศลยิ่งใหญ่นัก อย่ามองข้ามเชียวนะครับ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ สร้างบุญกุศลนี้มาถ่วงดุลกับบาปมวลรวมประชาชาติที่คนประมาทในบ้านเมืองเราสร้างสมไว้ มาหลายสิบปีที่ผ่านมานะครับ

 เอ้า ...ว่าจะพูดเรื่องโลกเสมือน เข้าเรื่องเลยดีกว่า ...ชีวิตคนเราทุกวันนี้ กำลังถูกครอบงำด้วยเทคโนโลยีแห่งการติดต่อสื่อสารมากมาย เอาง่ายๆ ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนระดับไหน ก็มีโทรศัพท์มือถือกันถ้วนหน้ากันไปหมด ไม่ว่าจะเป็นคนใช้คนไทย คนใช้ที่เป็นชาวพม่า คนเก็บขยะ ขอทานบางคนก็ยังมีเลย (สงสัยเป็นเฟรนไชส์พรรคกะยาจก) สมกับที่โทรศัพท์ยี่ห้อดังในตลาดใช้คำขวัญ (Slogan) ว่า Connecting people จริงๆ

 ผู้เขียนเองเป็นคนไม่ชอบอยู่ท่ามกลางสังคมคนหมู่มาก ...แต่หลายครั้งก็จำเป็นต้องไปทำหน้าที่ ดังเช่นครั้งหนึ่งเมื่องานประชุมวิสาขบูชาโลกที่ผ่านมา ผู้เขียนก็ได้ไปตามคำเชิญ ครั้นเสร็จภารกิจ ก็จะหามุมสงบหลบหลีกผู้คนอลหม่าน มือถือดังกริ๊งกร๊างไปทั่วทุกตารางนิ้วของบริเวณงานที่ มจร.วังน้อย ไม่เว้นแม้แต่มือถือของพระสงฆ์องค์เจ้า (บางรูป) ...ผมจึงแอบหลบไปหลังอาคาร เห็นมีก็แต่กองขยะ กับป้าแก่ๆ คนหนึ่งกำลังโกยขยะอยู่  ...ก็น่าจะเป็นมุมสงบแล้วนะ แม้ว่าจะเหม็นสักหน่อย แต่...เชื่อไหมครับ ไม่ทันไรเสียงเรียกโทรศัพท์ (อันแสนจะน่ารำคาญสำหรับผม) ก็ดังขึ้นมาที่เครื่องของเธอ (อีกแล้วครับ) เธอวางขยะลง หยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงขึ้นรับ แล้วพูดว่า ...

 “จะโทรมาทำไม ...กำลังทำงาน (โกยขยะ) อยู่!

 คนเราจึงติด “โทรศัพท์มือถือ” เหมือนเป็น “ปัจจัยที่ ๕” หรือ “อวัยวะที่ ๓๓” ไปแล้ว กระทั่งว่า แม้บางคนจะไม่มีเงิน ก็จะดิ้นรนซื้อมันมาให้จงได้ อายุเฉลี่ยของเด็กที่มีมือถือเป็นของตัวเองเครื่องแรกในชีวิต ก็จะต่ำลงไปเรื่อยๆ เร็วๆ นี้ คงจะเห็นเด็กอนุบาลพกมือถือกันเต็มเนิร์สเซอรี่

 นอกจาก “มือถือ” แล้ว คนยังติดคอมพ์กันงอมแงม เพราะมีอีกหลายช่องทางในการติดต่อสื่อสารพูดคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นไฮไฟว์, เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์, ฯลฯ ... มันจะมีอะไรคุยกันนักหนา ก็ไม่รู้เนอะ? บางทีก็สรรหาเพื่อนใหม่มาคุย เจ๊าะแจ๊ะกัน โดยไม่รู้ว่าคนที่แสดงตัวนั้นเป็นตัวจริง หรือตัว Fake ขึ้นมา โดยมากจะเป็นไปทางไร้สาระเสียมากกว่า

 โลกเสมือนเหล่านี้ จึงกลายเป็นเพื่อนของคนหลงไฮเทคไปเสียแล้ว และเพื่อนประเภทนี้ก็คงหากัลยาณมิตรได้ยาก พอๆ กับงมเข็มในมหาสมุทร (นอกจากจะเป็นคนที่รู้จักกันในโลกแห่งความเป็นจริงก่อนจะเข้าไปนั้น) โดยมาก จะเป็นเพื่อนกิน เพื่อนจอมปลอม เพื่อนคลายเหงา หรือเพื่อนหลอกลวงเราให้เสียเวลาไปเปล่าๆ ปลี้ๆ เสียมากกว่า

 ระวังและตระหนักกันให้ดีๆ ฉลาดใช้ ใช้เทคโนโลยี ให้เป็นประโยชน์ต่อเรา ให้มันเป็นเครื่องมือ (Tools) เป็นทาสรับใช้เราดีกว่านะครับ อย่าให้มันมาเป็นเจ้านายเรา มามีอิทธิพลเหนือจิตใจเรา ชีวิตเราจะขาดมันไม่ได้ ไม่มีมันแล้วฉันอาจต้องลงแดงตาย ยึดถือมั่นกันไปขนาดนั้น

 พระพุทธเจ้าท่านตรัสสอนโดยสรุปให้พวกเราฟัง เราคงเคยท่องกันอยู่เสมอๆ ในบททำวัตรเช้า วัตรเย็น ที่ว่า ...

 สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา

 “ว่าโดยย่อ (กล่าวโดยสรุป) อุปาทานขันธ์ทั้งห้า เป็นตัวทุกข์” (เพราะ เป็นของหนัก เป็นภาระ)

 แบก ขันธ์ ๕* ยังหนักไม่พอ ยังแบก  Hi 5 ด้วยอีกเหรอ?

 โลกเป็นจริง พระพุทธเจ้ายังสอนให้ระลึกรู้ว่าเป็นโลกสมมติ โลกมายา ยังจะบ้าไปอยู่ใน Face Book อีก ระวังจะมีแต่ Fake Book

 มิหนำซ้ำยังมี Tweeter คอย Twist things จากความจริง สู่ความลวง, อะไรจริง อะไรเท็จ ในชีวิตจริงยังแทบจะแยกไม่ออก แต่จะดัดจริตไปสิงสถิตอยู่ในโลกเสมือนหลงไปเพลินจนเกินงาม

 อย่าได้หลงไฮเทค ติดแงกอยู่กับการ connecting people, connecting the world จนลืมวิถีพุทธ วิถีธรรมชาติของเราเลยครับ หากไม่รีบเปลี่ยนพฤติกรรมตอนนี้ จะสายเกินแก้ อีกหน่อยจะเป็นคนที่อยู่คนเดียวไม่เป็น ขาดอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ได้ ไม่พูดทั้งวันแล้วจะคลุ้มคลั่งตาย นั่งสมาธิไม่ได้ เพราะรู้สึกร้อนผ่าว หรือไม่ก็หัวหมุนติ้วๆ ... ผิดธรรมชาติของการเกิดมาเป็นมนุษย์

 ดึงปลั๊กออกเถอะครับ Shut down คอมพิวเตอร์เสีย ปิดมือถือบ้างเป็นบางเวลา ที่เป็นวันหยุดหรือเวลาส่วนตัว ถือเป็นการ Shut up ปากตัวเองด้วย, หยุดการเชื่อมต่อโลกเสมือน โลกที่อยู่ภายนอก (Stop connecting people and whole world) หรือบุคคลข้างนอกชั่วขณะ จิตไม่ฟุ้งซ่าน เริ่มสงบลงเป็นลำดับๆ ... แล้วจึงหันมาเชื่อมต่อเข้าสู่ด้านในของเรา ประเสริฐกว่ากันเยอะเลยครับผม
 
 อ่านแล้วไม่ต้องเชื่อผมนะครับ แต่ขอฝากพระวจนะของพุทธองค์ที่กล่าวไว้ไปพิจารณาดูก่อน
 “นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง”
 สุขอื่นนอกเหนือจากความสงบ ไม่มี
 สวัสดีวันพระ อีกครั้งหนึ่งครับ
 ล้อมกรอบเล็กๆ 
 *ขันธ์ ๕ ประกอบด้วย รูป, เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ
 “กาย” คือ ขันธ์ที่ ๑ หมายถึง รูป
 “ใจ” นั้นแยกออกเป็น ๔ องค์ประกอบ เวทนา (ความรู้สึก), สัญญา (ความจำมั่นหมาย), สังขาร (การปรุง) และ วิญญาณ (จิตหรือตัวรู้)

พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา