
กรมศิลป์ติวกม.ผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ
กรมศิลปากรให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในจังหวัดเชียงใหม่
นายสหวัฒน์ แน่นหนา รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “กฎหมาย ระเบียบ พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ” ณ โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ 2000 จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ผู้มีความประสงค์นำหรือส่งโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร
รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการส่งออกและการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ กรมศิลปากรจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ร่วมนำเสนอปัญหา และหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน จากการพูดคุยพบว่าส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับการขออนุญาตส่งออก และการขอใบรับรองโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่มีความล่าช้า และไม่ชัดเจนในเรื่องต่างๆ
จึงได้ให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการว่าจะเสนอให้มีการปรับลดขั้นตอนต่างๆ ให้เร็วขึ้น โดยอาจปรับการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิจารณา จากเดิมมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน จะปรับให้ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรในส่วนภูมิภาคเป็นประธานแทน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบโดยตรงร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อให้เป็น one stop service สามารถกำหนดระยะเวลาดำเนินการได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังจะเน้นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ทราบระเบียบการปฏิบัติ โดยจะประสานการบินไทย ให้เพิ่มการ
กรอกแบบฟอร์มเมื่อนักท่องเที่ยวผ่านเข้าประเทศไทย ประสานด่านตรวจคนเข้าเมืองให้แนบแบบฟอร์มแจ้งนักท่องเที่ยวได้ทราบข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออกโบราณวัตถุ ส่วนการส่งสินค้าที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการประทับตราแสดงวันที่ผลิตให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถผ่านด่านศุลกากรได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีใบรับรองมาประกอบ
"และจะหารือกับผู้เชี่ยวชาญของกรมศิลปากรเพื่อกำหนดคำจำกัดความที่ชัดเจนของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ รวมทั้งจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแนวทางการห้ามผลิตสินค้าที่เป็นชิ้นส่วนของพระพุทธรูป เนื่องจากที่ผ่านมานักท่องเที่ยวนำชิ้นส่วนพระพุทธรูปออกนอกอาณาจักร โดยให้เหตุผลว่านำไปบูชา ซึ่งขัดต่อคตินิยมของพุทธศาสนิกชนที่มักจะไม่บูชาชิ้นส่วนของพระพุทธรูป จึงมองเจตนาได้ว่าน่าจะนำไปเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องประดับตกแต่งสถานที่มากกว่า" นายสหวัฒน์ กล่าวและว่า
ได้ขอร้องให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต ต้องติดใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และมีการจัดทำบัญชีรายละเอียดโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ชัดเจน ทั้งนี้ข้อเสนอแนะต่างๆ ของผู้ประกอบการจะรับและนำไปพิจารณาปรับปรุง กำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป



