ไลฟ์สไตล์

กรมศิลป์ติวกม.ผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ

กรมศิลป์ติวกม.ผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ

30 มิ.ย. 2553

กรมศิลปากรให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในจังหวัดเชียงใหม่

นายสหวัฒน์  แน่นหนา รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “กฎหมาย ระเบียบ พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ” ณ โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ 2000  จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ  ผู้มีความประสงค์นำหรือส่งโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร 

รองอธิบดีกรมศิลปากร  เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการส่งออกและการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ  กรมศิลปากรจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  และผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย  ร่วมนำเสนอปัญหา และหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน  จากการพูดคุยพบว่าส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับการขออนุญาตส่งออก  และการขอใบรับรองโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ  ที่มีความล่าช้า และไม่ชัดเจนในเรื่องต่างๆ 

จึงได้ให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการว่าจะเสนอให้มีการปรับลดขั้นตอนต่างๆ ให้เร็วขึ้น  โดยอาจปรับการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิจารณา จากเดิมมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน  จะปรับให้ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรในส่วนภูมิภาคเป็นประธานแทน  และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบโดยตรงร่วมเป็นคณะกรรมการ  เพื่อให้เป็น one stop service  สามารถกำหนดระยะเวลาดำเนินการได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังจะเน้นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ทราบระเบียบการปฏิบัติ  โดยจะประสานการบินไทย ให้เพิ่มการ
กรอกแบบฟอร์มเมื่อนักท่องเที่ยวผ่านเข้าประเทศไทย ประสานด่านตรวจคนเข้าเมืองให้แนบแบบฟอร์มแจ้งนักท่องเที่ยวได้ทราบข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออกโบราณวัตถุ  ส่วนการส่งสินค้าที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการประทับตราแสดงวันที่ผลิตให้ชัดเจน  เพื่อให้สามารถผ่านด่านศุลกากรได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีใบรับรองมาประกอบ  

"และจะหารือกับผู้เชี่ยวชาญของกรมศิลปากรเพื่อกำหนดคำจำกัดความที่ชัดเจนของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ  รวมทั้งจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแนวทางการห้ามผลิตสินค้าที่เป็นชิ้นส่วนของพระพุทธรูป  เนื่องจากที่ผ่านมานักท่องเที่ยวนำชิ้นส่วนพระพุทธรูปออกนอกอาณาจักร โดยให้เหตุผลว่านำไปบูชา ซึ่งขัดต่อคตินิยมของพุทธศาสนิกชนที่มักจะไม่บูชาชิ้นส่วนของพระพุทธรูป จึงมองเจตนาได้ว่าน่าจะนำไปเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องประดับตกแต่งสถานที่มากกว่า" นายสหวัฒน์ กล่าวและว่า

 ได้ขอร้องให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต  ต้องติดใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และมีการจัดทำบัญชีรายละเอียดโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ชัดเจน  ทั้งนี้ข้อเสนอแนะต่างๆ ของผู้ประกอบการจะรับและนำไปพิจารณาปรับปรุง  กำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป