ไลฟ์สไตล์

กทช.เคาะใหม่เพิ่มราคาไลเซ่น3จีเต็มมูลค่าคลื่น1.28 หมื่นล้าน-ทรูโวยแพงเกินรับไม่ได้

กทช.เคาะใหม่เพิ่มราคาไลเซ่น3จีเต็มมูลค่าคลื่น1.28 หมื่นล้าน-ทรูโวยแพงเกินรับไม่ได้

30 มิ.ย. 2553

กทช.เล็งปรับราคาใบอนุญาต 3จี เป็น 12,800 ล้านบาท คิดเต็ม 100% จากมูลค่าคลื่นความถี่ หลังหลายฝ่ายท้วง 1 หมื่นล้านถูกไป พร้อมเตรียมปรับวิธี N-1 ใหม่ กันราคาใบสุดท้ายถูกเกินจริง “ทรู” ชี้ราคาเก่า-ใหม่ ก็รับไม่ได้อยู่ดี ยันราคายุติธรรมควรไม่เกิน 5,000 ล้าน

 แหล่งข่าวคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า จากการเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) เรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตให้ใช้ความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT 3 จี 2100 (ไอเอ็ม) ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ได้หารือประเด็นราคาเริ่มต้นการประมูลที่ 1 หมื่นล้านบาท และวิธีการนำจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ลบหนึ่ง (N-1) มาพิจารณาใหม่ เนื่องจากมีเอกชนและนักวิชาการแสดงความไม่เห็นด้วย

 ดังนั้น ที่ประชุมบอร์ดจึงปรับร่างไอเอ็มใหม่ โดยกำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลที่ 12,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาเต็ม 100% ของมูลค่าคลื่นความถี่ 15 เมกะเฮิรตซ์ เนื่องจากราคาเริ่มต้นประมูลเดิม กทช.คำนวณจากมูลค่าคลื่นเพียง 86% ส่วนวิธี N-1 ให้ยังคงอยู่ แต่เปลี่ยนราคาใบอนุญาตใบสุดท้าย ไม่ต้องเข้ากระบวนการ N-1 แต่กำหนดราคาเริ่มต้นที่ราคาสุดท้ายของใบอนุญาตใบที่ 2

 นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการ กทช.กล่าวว่า กทช.ได้สรุปข้อคิดเห็นจากกลุ่มองค์กรภาคเอกชนต่างๆ ที่ดำเนินกิจการโทรคมนาคมเสร็จแล้วบางส่วน แต่เนื่องจากข้อมูลมีจำนวนมาก ประกอบการประชุมล่าสุดของ กทช.ไม่ครบองค์ ดังนั้น กทช.จะสรุปร่างไอเอ็มใหม่ ก่อนนำประกาศลงราชกิจจานุเษกษา โดยจะประชุมบอร์ดอีกครั้งวันที่ 3 กรกฎาคมนี้

 ส่วนกรณีกระทรวงการคลังทำหนังสือแสดงความเห็นท้วงติงต่อการเปิดประมูลใบอนุญาต 3จีนั้น กทช.ต้องการให้คลังทำหนังสือชี้แจงว่าเป็นนโยบายโดยตรงของนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องการให้ กทช.ปฏิบัติตาม หรือเป็นเพียงความเห็นของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ที่ให้ กทช.นำมาพิจารณาประกอบใบอนุญาตเท่านั้น

 ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การที่ กทช.ปรับราคาเริ่มต้นการประมูล 3 จี เป็น 12,800 ล้านบาท จากเดิม 1 หมื่นล้านบาท นั้น มองว่าเป็นราคาที่สูงเกินไป โดยราคาที่เหมาะสมคือ 4,000-5,000 ล้านบาท ตามที่ กทช.เดิมกำหนดไว้ และไม่เห็นด้วยกับการให้ใบอนุญาตด้วยวิธี N-1 แม้จะปรับเปลี่ยนเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะปัจจุบันผู้ที่มีศักยภาพให้บริการโครงข่าย และโทรศัพท์มือถือมีอยู่ 3 ราย ซึ่งเท่ากับจำนวนใบอนุญาต 15 เมกะเฮิรตซ์อยู่แล้ว การประมูลจึงไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมกับประเทศไทย แต่ กทช.ควรให้ใบอนุญาตรายเดิมที่ให้บริการอยู่แล้ว ส่วนการคิดค่าธรรมเนียม หรือกังวลว่ารัฐจะเสียประโยชน์ก็ควรเรียกเก็บจากส่วนอื่นมากกว่า