
มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งร้ายอันดับ 3
มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งร้ายอันดับ 3 ของคนไทยในเพศชาย รองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอด ส่วนในเพศหญิง รองจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก องค์การอนามัยโลกคาดไว้ว่าภายในปี 2020
หรือในอีก 10 ปีข้างหน้า จะมีอัตราผู้ป่วยมะเร็งลำไส้เพิ่มขึ้นถึง 50% หรือคิดเป็นจำนวน 15 ล้านคน
สาเหตุของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 10% มาจากพันธุกรรม ส่วนอีก 90% เป็นผลมาจากการดำเนินชีวิต การใช้ชีวิตเร่งรีบ รับประทาอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือค่านิยมรับประทานอาหารขยะ (จังก์ฟู้ด) ในวัยหนุ่มสาว ล้วนเป็นความเสี่ยงที่จะกระตุ้นให้การแสดงอาการของโรคเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลพบว่า วัย 40 ปี เป็นช่วงที่เริ่มปรากฏอาการของโรคให้เห็น
อาการสำคัญที่บ่งชี้ว่าน่าจะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่
ท้องผูก อึดอัด แน่นท้อง ถ่ายเป็นมูกเลือด ถ่ายลำบาก หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือรายที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง
สิ่งที่น่ากลัวสำหรับโรคนี้คือ เมื่อเป็นระยะที่ 1 หรือ 2 มักไม่แสดงอาการ
ผู้ป่วยจะรู้อีกทีเมื่อถึงระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งเริ่มลุกลาม โดยจะมีอาการแตกต่างกันตามตำแหน่งเกิดมะเร็ง เช่น หากเกิดมะเร็งบริเวณลำไส้ใหญ่ด้านขวา อาจมีอาการซีด เป็นลม อ่อนเพลีย ท้องเสีย สลับกับท้องผูก แต่ถ้าก้อนมะเร็งเกิดที่ลำไส้ใหญ่ด้านซ้าย อาจถ่ายเป็นมูกเลือด ท้องผูก แน่นท้องตลอดเวลา เป็นต้น
การวินิจฉัยและการตรวจรักษา
ทำได้ทั้งการตรวจเลือด การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง การส่องกล้อง การสวนแป้ง หรือการตรวจร่างกายด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง การรักษาแบ่งเป็น 2 วิธี คือ การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ถ้าก้อนเนื้องอกมีขนาดไม่ใหญ่มากนักอาจใช้วิธีการส่องกล้อง ทำให้ไม่เจ็บแผลมาก และสามารถกลับบ้านได้เร็วกว่าปกติ ที่สำคัญคือ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ถ้ายิ่งมาพบแพทย์เร็ว ยิ่งมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้มากขึ้นเท่านั้น
โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล



