
โคออฟ ช็อป "ธุรกิจเพื่อธุรกิจ" ปีทองสหกรณ์เกษตรไทยสู่สากล
ผลจากการประชุมสมัชชาสหกรณ์ระหว่างชาติที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2438 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในครั้งนั้นที่ประชุมมีมติก่อตั้ง องค์กรสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (องค์การ ICA : International Co-operative Alliance) ขึ้น เพื่อประสานความ
ด้วยเหตุนี้สำนักงานสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักของขบวนการสหกรณ์ไทย จึงได้ร่วมกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน บางจากปิโตรเลียมและ ปตท. กำหนดจัดงานวันสหกรณ์สากลครั้งที่ 88 ขึ้นในวันที่ 1-4 กรกฎาคม 2553 ณ สำนักงานสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ถนนพิชัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ ในแนวคิด “ธุรกิจสหกรณ์กับการพัฒนาสตรี”
"การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการขานรับนโยบายองค์การไอซีเอที่รณรงค์ขอความร่วมมือองค์กรสมาชิกทั่วโลกในการสนับสนุนให้ปี 2555 เป็นปีแห่งสหกรณ์สากล พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชากรโลกตระหนักถึงความสำคัญของสหกรณ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ลดปัญหาความยากจน การสร้างงาน และการบูรณาการสร้างสรรค์สังคมโลก "มงคลัตถ์ พุกะนัดด์" ประธานกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเผย พร้อมกับย้ำว่า
นอกจากนี้ยังเป็นการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าของสหกรณ์ไทยให้เปิดกว้างขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ทั้งยังมีการจัดแสดงสาธิตและจำหน่ายสินค้าราคาถูกจากสหกรณ์ทั่วประเทศ ตลอดจนเจรจาธุรกิจการค้า การส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานคุณภาพธุรกิจสหกรณ์และผลิตภัณฑ์อีกด้วย
ด้าน อนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวเสริมว่า ภาคการเกษตรในวันนี้มีอัตราการเติบโตของสมาชิกที่มาจากงบการลงทุนของประชาชนค่อนข้างมาก โดยสหกรณ์ภาคการเกษตรทั้งประเทศปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 4,400 แห่ง สมาชิก 6 ล้านคน ทุนดำเนินธุรกิจ 1.2-1.3 แสนล้านบาท มีธุรกิจหลักที่เกี่ยวกับการจัดการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและมวลสมาชิก รวมทั้งชุมชนที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การใช้แรงงานในท้องถิ่นโดยเฉพาะแม่บ้านเข้ามาร่วมทำธุรกิจขบวนการสหกรณ์ ทั้งขบวนการจัดหาสินค้ามารองรับความต้องการของสมาชิกที่ตอนนี้มีการทำธุรกิจประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมาจากขีดความสามารถการรวบรวมและการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
"ปีที่ผ่านมากรมตรวจฯ ได้นำเสนอต่อสันนิบาตแห่งประเทศไทยในการจัดระบบธุรกิจสินค้าภาคการเกษตรในรูปแบบ “ธุรกิจเพื่อธุรกิจ” ซึ่งสินค้าที่สหกรณ์ทำตลาดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มข้าวสาร อาหารสัตว์ มันสำปะหลัง ชา น้ำนมดิบ สามารถแก้ปัญหาด้านปริมาณสินค้าที่ผลิตแล้วไม่มีแหล่งรองรับ กับการเจรจาเพื่อลดช่องว่างของราคา และในอนาคตเรามีแนวคิดการทำ “Coop Shop” ซึ่งเป็นการนำสินค้าจากภาคสหกรณ์เข้าไปวางจำหน่ายในสหกรณ์ที่มีธุรกิจปั๊มน้ำมันซึ่งมีกว่า 600 แห่ง จึงน่าจะเป็นช่องทางใหม่ที่ทำให้สินค้าเกษตรยืนอยู่บนการจัดการที่มีมาตรฐาน ระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ"
อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยอมรับว่า จากการที่สันติบาตสหกรณ์ฯ เล็งเห็นความสำคัญด้านการจัดเจรจา ส่งผลให้ในปีนี้ภาคสหกรณ์โดยผู้บริหารจะเป็นผู้เจรจาธุรกิจด้วยตัวเอง เป็นการสร้างขีดความสามารถที่ดีขึ้น ซึ่งสินค้าต่างๆ ที่สหกรณ์เป็นผู้ผลิต กำหนดมาตรฐาน มีการคัดสรรสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรง นอกจากสามารถส่งออกไปต่างประเทศแล้ว ยังตรวจสอบย้อนกลับได้อีกด้วย



