
ประกาศ"มวยไทยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
สวช.ประกาศขึ้นทะเบียนศิลปะ มวยไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมชาติ 30 ก.ค. นี้ เลขาฯ กวช. เผยใช้เป็นหลักฐานป้องต่างชาติรุกรานนำไปใช้ไม่เหมาะสม ลุยเก็บข้อมูลทำตำรับมวยไทยแห่งชาติ ใช้เผยแพร่ท่วงท่าไม่ให้ผิดเพี้ยน
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายสมชาย เสียงหลาย เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) เปิดเผยว่า จากการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินงานขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นทางวัฒนธรรม ที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ที่ประชุมได้มีการหยิบยกประเด็นการพิจารณาศิลปะมวยไทย เพื่อรับรองการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โดยมีข้อสรุปดังนี้ ที่มติประชุมมีความเห็นด้วย 100% ในการประกาศขึ้นทะเบียนศิลปะมวยไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ซึ่งได้กำหนดให้ มวยไทย ที่จะขึ้นทะเบียน หมายความเฉพาะ ศิลปะมวยไทยที่ได้มีการสืบสานมาอย่างต่อเนื่อง และยาวนาน มิใช่มวยไทยที่เป็นกีฬาแข่งขัน
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังมีมติเห็นด้วยในการที่จะต้องจัดทำตำรับมวยไทยแห่งชาติขึ้น เพื่อเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับมวยไทย ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยในเบื้องต้นได้ให้ความเห็นชอบกรอบการเก็บรวบรวมข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังเห็นว่า ศิลปะมวยไทยมีความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องมีการจัดลำดับขั้นของศิลปะมวยไทยไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนภายในประเทศ และสำหรับใช้ในการสอนชาวต่างชาติที่สนใจและชื่นชอบศิลปะมวยไทยเป็นจำนวนมาก โดยมีท่วงท่าในศิลปะที่ถูกต้องเหมาะสมไม่ผิดเพี้ยนและหากดำเนินการสำเร็จลุล่วงแล้ว ก็จะสามารถสร้างมูลค่าตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์เช่นเดียวกับที่ศิลปะเทควันโด้ของเกาหลี ที่สามารถทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล
เลขาธิการ กวช. กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานรับรองการขึ้นทะเบียนศิลปะมวยไทยนั้น สวช.จะจัดพิธีการประกาศขึ้นทะเบียนพร้อมกับรายการอื่นๆ รวม 21 รายการ ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2553 ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และมีการจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการ เรื่องการสืบสานศิลปะมวยไทย ซึ่งกำหนดให้มีการนำเสนอความรู้เกี่ยวกับศิลปะมวยไทยทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต การจัดสาธิตศิลปะมวยไทยสายต่างๆ ได้แก่ มวยไทยสายท่าเสา มวยไทยสายลพบุรี มวยไทยสายโคราช และมวยไทยสายไชยา เป็นต้น นอกจากนี้จะมีการผลิตสื่อในรูปแบบต่างๆ เกี่ยวกับศิลปะมวยไทย เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ และความภาคภูมิใจในคุณค่า เอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ของมวยไทย ตลอดจนหาแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่มจากศิลปะมวยไทยด้วย
“ที่ผ่านมาภูมิปัญญาของชาติถูกรุกราน ทำลายจากวัฒนธรรมต่างชาติ รวมถึงการนำภูมิปัญญาไปใช้ไม่เหมาะสม ส่งผลให้สูญเสียอัตลักษณ์ของภูมิปัญญานั้นๆจำนวนมาก ดังนั้นการประกาศขึ้นทะเบียน มวยไทย เป็นมรดกทางภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนั้น จะเป็นหนทางหนึ่งในการปกป้องคุ้มครองและเป็นหลักฐานสำคัญของประเทศ ในการประกาศเป็นเจ้าของมรดกทางภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมต่างๆ รวมทั้งในอนาคต หากประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ก็จะเป็นโอกาสอันดีในการเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติภูมิของประเทศให้ปรากฏในสังคมโลก เช่นเดียวกับประเทศต่างๆ จำนวน 124 ประเทศทั่วโลก ที่เป็นภาคีสมาชิกแล้ว อย่างไรก็ตามผมจะผลักดันให้ศิลปะมวยไทยสามารถขึ้นทะเบียนระดับโลกต่อไปให้ได้ ” เลขาธิการ กวช. กล่าว



