
สพฐ.เผยเด็กจบป.3อ่านไม่ออกเขียนคำนวณไม่เป็น
สพฐ.เผยตัวเลขเด็กจบป.3 อ่านไม่ออก เขียนและคิดคำนวณไม่ได้ในปีนี้ลดลงเพียงเล็กน้อย วิกฤติสุดคือ ทักษะการเขียนตัวเลขยังคงที่ไม่ลดลง เตรียมวิเคราะห์ข้อมูลลึกเพื่อหาทางรับมือปัญหา พร้อมจี้เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศทำแผนพัฒนาให้ทุกร.ร.ปลอดปัญหาดังกล่าว
(29 มิ.ย.) นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักทดสอบทางการศึกษาของสพฐ.ได้รายงานตัวเลขนักเรียนจบป. 3 ปีการศึกษา 2552 ที่ยังอ่านไม่ออก เขียน และคิดคำนวณไม่ได้ ซึ่งได้ทำการทดสอบประเมินไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ให้ที่ประชุมผู้บริหารสพฐ.รับทราบ ในภาพรวมปรากฏว่า จำนวนนักเรียนที่อ่าน เขียน คิดคำนวณไม่ได้ ลดลงเพียงเล็กน้อย ยังไม่ถึงระดับน่าพึงพอใจ โดยการทดสอบเรื่องดังกล่าวมีเด็กจบชั้นป. 3 ประจำปีการศึกษา 2552 ทั่วประเทศเข้ารับการประเมินจำนวน 523,469 คน
นายชินภัทร กล่าวว่า เมื่อจำแนกตามกลุ่มปัญหา พบว่าปัญหาเด็กคิดคำนวณไม่ได้มีอัตราลดลงมากกว่าทักษะอื่น โดยลดลงถึงประมาณ 3 % จากในปีการศึกษา 2551 มีนักเรียนคิดคำนวณไม่ผ่านเกณฑ์ 25.29 % หรือ 141,929 คน แต่ปีการศึกษา 2552 เหลือแค่ 22.29 % หรือ 119,374 คน รองลงมาคือปัญหาเด็กอ่านไม่ออกลดลงจากเดิมราว 2 % โดยในปีการศึกษา 2551 มีนักเรียนอ่านไม่ออก 8.82 % หรือ 49,489 คน ปีการศึกษา 2552 เหลือ 7.22 % หรือ 37,813 คน
“ทักษะการเขียนเป็นทักษะที่น่าห่วงที่สุดเพราะอัตราเด็กไม่ผ่านเกณฑ์อยู่ในระดับที่คงตัวเท่าเดิมติดต่อกันทั้งปี 51 และ 52 นั่นคืออยู่ที่ 17.74 % หรือ 93,880 คน แต่มีจุดน่าสนใจตรงที่พอแยกรายละเอียดมาแล้วยอดเด็กที่เขียนไม่ได้เลยมีอัตราลดลง โดยในปีการศึกษา 2551 เด็กที่เขียนไม่ได้เลยมีจำนวนถึง 35,917 คน แต่มาในปีการศึกษา 2552 เหลือ 27,797 คน อย่างไรก็ตาม ถ้าจะขจัดปัญหาการด้อยทักษะทั้ง 3 ด้านของเด็กไทย สพฐ.ควรเริ่มที่การพัฒนาทักษะการอ่านเป็นอันดับแรก ถ้าเด็กทักษะการอ่านอ่อน ก็จะทำให้ทักษะอื่นๆด้อยตามไปด้วย “ นายชินภัทร กล่าว
นายชินภัทร กล่าวว่า สำหรับทักษะการอ่านนั้นในรายละเอียดพบว่าเด็กอ่อนด้อยในเรื่องการอ่านคำที่มีตัวการันต์สะกดอยู่มากที่สุด กระบวนการสอบวัดทักษะครั้งนี้ไม่ได้ใช้วิธีการสอบที่ง่ายต่อการที่เด็กจะเดาสุ่มเพื่อให้ได้คำตอบ สพฐ.ใช้วิธีวัดแบบลงลึกให้เด็กอ่านออกเสียงต่อหน้ากรรมการที่ทำการทดสอบประเมิน ให้นักเรียนลงมือเขียนจริงเป็นเรื่องเป็นราว และให้คำนวณด้วยการวิเคราะห์โจทย์ แสดงวิธีทำด้วยตัวเอง แสดงวิธีตรวจคำตอบเองด้วย
นายชินภัทร กล่าวว่า สพฐ.จะมีการแยกวิเคราะห์โดยละเอียดว่าเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตมีปัญหามากน้อย ในเรื่องใดจะต้องแก้มากที่สุด และในการประชุมผอ.เขตพื้นที่การศึกษา 185 เขตทั่วประเทศในวันที่ 15 -16 ก.ค. นี้ จะมีการบรรจุวาระปัญหาทักษะดังกล่าวให้เป็นนโยบายแก่ทุกเขตพื้นที่ไปทำแผนที่จะพัฒนาให้ทุกร.ร.ในเขตปลอดปัญหาเหล่านี้มาเสนอต่อสพฐ.ด้วย สำหรับเขตพื้นที่ไหนมีอัตราปัญหามากที่สุด สพฐ.จะเริ่มด้วยการทุ่มส่งเสริมเรื่องสื่อเพื่อพัฒนาการอ่านให้เขตเหล่านั้นเป็นอันดับต้นๆ อย่างน้อยในปีการศึกษา 2553 สพฐ.ตั้งเป้าว่าอัตราปัญหาทั้ง 3 ด้านควรจะต้องลดลง



