
แผนปรองดองภาคประชาชน
ตอนนี้แผนปรองดองแห่งชาติและการปฏิรูปประเทศไทย กำลังเป็นที่สนใจทั้งในสายตาของไทยและมิตรประเทศ ในส่วนของรัฐบาลท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมด้วยรัฐมนตรีและที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ประชุมร่วมกับผู้แทนจาก 4 ภาคส่วน ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ล่าสุด คุณอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ในฐานะที่เป็นประธานคณะทำงานเศรษฐกิจมหาภาคการเงิน การคลัง ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เป็นหัวเรือใหญ่จัดทำแผนปรองดองและสมานฉันท์ ภาคประชาชนขึ้นมา ภายใต้โครงการ "ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเสนอแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจสังคม ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ด้วยการส่งเสริมอาชีพปลูกยางพาราในพื้นที่ใหม่ 8 แสนไร่ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา เพื่อเป็นแนวทางสร้างความปรองดองในหมู่ประชาชนในสังคมชนบท"
คุณอุทัยบอกว่า เป็นจังหวะที่ประจวบเหมาะที่ สกย.ผลักดันโครงการส่งเสริมการปลูกยางพาราในพื้นที่ปลูกยางใหม่จำนวน 8 แสนไร่ ในภาคอีสาน-เหนือ-ตะวันออก และภาคกลาง และได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเข้า ครม.ในเร็วๆ นี้ ในฐานะที่คุณอุทัยอยู่ในแวดวงยางพารามายาวนาน จึงเอาโครงการนี้มาเป็นตัวชูแผนการปรองดองและสมานฉันท์ภาคประชาชน
รูปแบบคือจะเริ่มวันที่ 12 กรกฎาคม ด้วยการจัดเสวนาภาคเช้าหัวข้อ “สถานการณ์ปัจจุบัน แนวคิดและทางออกแก้ปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ และปัญหาสังคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ขึ้นที่โรงแรมเจริญธานี จ.ขอนแก่น
ช่วงบ่ายจะจัดเสวนาเรื่อง “ส่งเสริมเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาทางสังคม และการสร้างความปรองดองในสังคมชนบท โดยโครงการปลูกยางพาราในพื้นที่ใหม่ระยะที่ 3 และการเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย” โดยคณะวิทยากรมี คุณวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการ สกย. ดร.ชูชาติ ตันอังสนากุล ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง คุณทรงศักดิ์ ประจงจัด เกษตรกรชาวสวนยางผู้ประสบความสำเร็จ กรรมการ สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย โดย คุณอุทัย สอนหลักทรัพย์ จะเป็นผู้ดำเนินรายการเอง
งานนี้คุณอุทัยบอกว่า จะเชิญเกษตรกรผู้ที่ยังไม่เคยปลูกยางมาก่อน ทั้งที่เป็นคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง และหลากสี ราว 700 คน มารวมกลุ่มกัน กินข้าวด้วยกัน จับไม้จับมือ กอดคอช่วยกันทำมาหากิน ลืมความหลังทุกอย่าง เลิกทะเลาะกันเอง เพราะต่างเป็นคนไทยด้วยกัน แล้วจะมอบสิทธิ์เป็นผู้ร่วมโครงมาปลูกยางพาราในพื้นที่ใหม่ 8 แสนไร่ โดยภาครัฐจะให้ทุนกันไร่ละ 3,500 บาท และจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเป็นพี่เลี้ยงให้อีก 3 ปี
ว่ากันง่ายๆ ไม่รักกัน ไม่สมัคคีกัน ก็อดโควตาไป เพราะโครงการนี้ต้องร่วมเป็นกลุ่มเท่านั้น เสร็จจากขอนแก่น รายการต่อไปเดินสายไปภาคเหนือต่อครับ
"ดลมนัส กาเจ"



