ไลฟ์สไตล์

มุมมองใหม่-"แบบฝึกสมองพัฒนาทักษะคิด"สพท.สระบุรีเขต1ปั้นนร.คิดเป็น

มุมมองใหม่-"แบบฝึกสมองพัฒนาทักษะคิด"สพท.สระบุรีเขต1ปั้นนร.คิดเป็น

28 มิ.ย. 2553

ผลประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ของโรงเรียนสังกัดต่างๆ รวมทั้งโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

 พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีปัญหาในมาตรฐานที่ 4 อ่อนด้านการคิดวิเคราะห์ ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สระบุรี เขต 1 ได้สำรวจข้อมูลพบว่านักเรียนในโรงเรียนสังกัด 138 แห่งโดยเฉพาะระดับชั้นประถมมีจุดอ่อนด้านการคิดวิเคราะห์อย่างมาก จึงคิดค้นวิธีพัฒนาทักษะการคิดโดยใช้ "แบบฝึกสมองประลองปัญญาพัฒนาการคิด" มาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน

 อ.อำนวยพร คำพันธ์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)สระบุรี เขต 1 ในฐานะผู้คิดค้น "แบบฝึกสมองประลองปัญญาพัฒนาการคิด" เล่าว่า เมื่อพบว่านักเรียนโดยเฉพาะระดับชั้นประถมมีจุดอ่อนด้านคิดวิเคราะห์อย่างมาก ก็คิดสร้างแบบฝึกสมองเพื่อพัฒนาการคิด จึงไปศึกษาแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดไว้ซึ่งมี 7-8 แนวทาง เช่น จัดสอนเป็นรายวิชา จัดทำหลักสูตรระยะสั้น ทำชุดฝึกคิดวิเคราะห์ขึ้นมาโดยเฉพาะ ฯลฯ ซึ่งพบว่าวิธีทำชุดฝึกคิดวิเคราะห์ขึ้นมาโดยเฉพาะนั้นสะดวกกับการที่ครูจะนำไปใช้มากที่สุด

 จากนั้นได้สร้าง "แบบฝึกสมองประลองปัญญาพัฒนาการคิด" เพื่อฝึกการคิดวิเคราะห์ให้แก่นักเรียนชั้น ป.6 แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.การคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.การคิดแก้ปัญหา 3.การคิดวิเคราะห์และ 4.การคิดประยุกต์ ซึ่งแบบฝึกสมองมีลักษณะคำถามที่หลากหลาย เพื่อฝึกทักษะการคิดของนักเรียนให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน  เช่น กำหนดสถานการณ์ให้เด็กอ่านและมีประเด็นคำถามให้เด็กคิดเพื่อฝึกคิดวิเคราะห์และคิดแก้ปัญหา ใช้ภาพจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตั้งคำถามเพื่อจุดประกายความคิดเพื่อฝึกคิดอย่างมีวิจารณญาณ

 ส่วนเครื่องมือจัดทำขึ้นมา 2 ชุด คือ แบบฝึกสมองประลองปัญญา พัฒนาการคิด ที่ใช้พัฒนาทักษะการคิดให้แก่นักเรียนชั้น ป.6 จำนวน 2,296 คน ในโรงเรียนสังกัด สพท.สระบุรี เขต 1 จำนวน 74 แห่ง อีกชุดหนึ่งคือ แบบทดสอบวัดทักษะการคิดมี 40 ข้อเพื่อใช้ทดสอบทักษะการคิดทั้ง 4 ด้านของนักเรียนก่อนและหลังใช้แบบฝึกสมองประลองปัญญา พัฒนาการคิด ซึ่งแบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.การคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.การคิดแก้ปัญหา 3.การคิดวิเคราะห์และ 4.การคิดประยุกต์ รวมทั้ง 4 ทักษะมี 50 แบบ โดยครูนำไปใช้ฝึกนักเรียนกลุ่มเดียวกัน ในชั่วโมงซ่อมเสริม (ชั่วโมงสุดท้ายในแต่ละวัน) เป็นเวลา 10 สัปดาห์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551-มกราคม 2552

 ตัวอย่างแบบฝึกสมองในแต่ละด้านแบ่งเป็น ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ หมายถึง การคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหาคลุมเครือ ขัดแย้ง เพื่อตัดสินใจว่า สิ่งใดควรเชื่อ ไม่ควรเชื่อ สิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ เช่น ถามว่ามีเด็กคนหนึ่งไปซื้อยาเพื่อมารักษาแม่ ขณะเดินกลับบ้าน พบขอทานที่ป่วยอาการเดียวกับแม่ แต่เด็กคนนั้นไม่มีเงินซื้อยามาให้คนขอทานแล้ว  ถามว่าถ้านักเรียนเป็นเด็กคนนั้น นักเรียนจะทำอย่างไร และเพราะอะไรจึงทำเช่นนั้น

  การคิดแก้ปัญหา เช่น กำหนดสถานการณ์ขึ้นโดยครูสั่งนักเรียนไปรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีตักบาตรดอกไม้ซึ่งเป็นประเพณีท้องถิ่นที่มีมานานแล้ว ด้วยการถามผู้รู้ในท้องถิ่น นักเรียนต้องไปคิดว่าจะหาคำตอบเรื่องประเพณีนี้ได้อย่างไร หากคิดว่าต้องถามผู้รู้ในชุมชน นักเรียนจะไปถามใคร และต้องถามคำถามอะไรให้ครอบคลุมมากที่สุด

 การคิดวิเคราะห์ เช่น มีคำถามเป็นภาพจากหนังสือพิมพ์โดยเป็นภาพท่อน้ำที่มีน้ำไหลและบรรยายว่า "น้ำคือชีวิต" ให้นักเรียนคิดว่าถ้าโลกนี้ไม่มีน้ำจะเป็นอย่างไรโดยบอกคำตอบให้มากที่สุด และการคิดประยุกต์ เช่น มีคำถามว่าถ้านักเรียนไม่มีสิ่งต่างๆ เช่น รองเท้า จะใช้อะไรแทน

 อ.อำนวยพร เน้นย้ำกับครูที่ใช้แบบฝึกสมองว่า "ความคิดเด็กไม่มีผิด อย่าดูถูกความคิดเด็ก และต้องให้กำลังใจเด็ก ยิ่งคิดได้มากก็ยิ่งดี" และผลการทดสอบด้วยแบบทดสอบก่อนและหลังจากที่ใช้แบบฝึกสมองนั้นต่างกัน โดยก่อนใช้ได้คะแนนการคิดอย่างมีวิจารณญาณอยู่ที่ 57.84% คิดแก้ปัญหา 49.90% คิดวิเคราะห์ 51.09% คิดประยุกต์ 49.00% หลังใช้คะแนนการคิดอย่างมีวิจารณญาณอยู่ที่ 74.23% คิดแก้ปัญหา 58.54% คิดวิเคราะห์ 60.73% และคิดประยุกต์ 77.80%

 "นอกจากเด็กคิดวิเคราะห์ดีขึ้นแล้ว ยังได้รับการปลูกฝังคุณธรรม เช่น ความมีน้ำใจ ขยัน มีวินัย รักประชาธิปไตยและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญนักเรียนโรงเรียนสังกัด สพท.สระบุรี เขต 1 สอบวัดการคิดวิเคราะห์ได้คะแนนสูงกว่าระดับประเทศ 3% อยู่อันดับที่ 20 จาก 185 เขต ซึ่งผลสำเร็จนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ปัญญา แก้วเหล็ก ผอ.สพท.สระบุรี เขต 1 นายทวี นวพลวตานนท์ หน้าหน้ากลุ่มนิเทศฯ และโรงเรียนต่างๆ" อ.อำนวยพรบอกอย่างภูมิใจ

 ครูประทิน มนปราณีต ซึ่งสอนวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษชั้น ป.6 โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง สังกัด สพท.สระบุรี เขต 1 หนึ่งในโรงเรียนนำร่องที่ใช้แบบฝึกสมองมากว่า 2 ปี บอกว่า “ผลจากการใช้แบบฝึกสมองทำให้เด็กคิดวิเคราะห์และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นเกือบทุกวิชา” ทั้งนี้ ปัจจุบัน สพท.สระบุรี เขต 1 ได้ขยายผลใช้แบบฝึกสมองกับนักเรียนชั้น ป.6 ครอบคลุมโรงเรียนในสังกัดทั้ง 138 แห่ง สนใจแลกเปลี่ยนความรู้กับ “อ.อำนวยพร" ติดต่อโทร.0-3621-1524 และดาวน์โหลดแบบฝึกสมองได้ที่เว็บไซต์ www.srb1.go.th