ไลฟ์สไตล์

จ.ม.ถึงผู้แทน 
ถึง รมว.ศึกษาฯ

จ.ม.ถึงผู้แทน ถึง รมว.ศึกษาฯ

29 มิ.ย. 2553

"แบกหนังสือไปเรียน" นโยบายกระทรวงศึกษาฯ บอกว่า ให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เน้นความรู้รอบตัว การปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี ไม่เน้นตำรามากเกินไป แต่ทำไมตำราการศึกษาของเด็กๆ ในแต่ละวิชามี 2 เล่ม แทบทุกวิชา

 เล่มแรก แบบฝึกหัด, กิจกรรม
 เล่มสอง ตำราเรียน, อ่าน, เนื้อหา
 แต่ละเล่มความหนาอย่างน้อยๆ ก็ 120-150 หน้า รวม 2 เล่มเกือบ 300 หน้า ที่เห็นชัดคือ อังกฤษ ไทย วิทยาศาสตร์ วิชาละ 2 เล่ม วิชาอื่นๆ ก็มี
 ผมงงจริงๆ ปัญหาเหล่านี้ เคยมีคนถาม นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ตอบว่า เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทันกับเด็กต่างชาติ ซึ่งผมคิดว่า ท่านตอบแบบนี้เป็นคำตอบที่ "ผิด" เพราะว่า
 1. นโยบายไม่เน้นตำรา วิชาการมากเกินไป จะไปทันเขาได้อย่างไร
 2. ครูไม่ได้สอนในตำรา แต่สอนเรื่องอื่นๆ ตามนโยบายรัฐ ปัจจุบัน
 3. ขอถามต่อว่า กระทรวงให้พิมพ์หนังสือวิชาละ 2 เล่มทำไม ในเมื่อพิมพ์ออกมาแล้ว โรงเรียนไม่สอน
 ปัญหาอันใหญ่หลวงที่ตามมา คือ
 - หากวันใด มีวิชาละ 2 เล่มเรียนพร้อมกัน วันนั้นทั้งสมุด หนังสือเรียน หนังสือกิจกรรม เฉพาะ 3 วิชานี้ก็ 9 เล่มเข้าไปแล้ว ยังไม่รวมวิชาอื่นๆ อีก นอกจากครูจะสอนไม่ทันแล้ว เด็กก็เรียนไม่ทัน
 - กระเป๋าเรียนหนักเกินไป ทำให้เด็กอาจปวดหลัง ปวดกระดูก ในวันข้างหน้า บางคนสะพายไม่ไหว ต้องใช้กระเป๋าลาก
 กระทรวงศึกษาธิการเน้นครู เน้นความรู้ครูมากไป แต่ไม่เคยได้ยินข่าวว่า กระทรวงเน้นให้ครูสอนหนังสือเด็กมากๆ เลย
 ผมมีข้อเสนอแนะ ว่า
 1. ในเมื่อรัฐไม่เน้นวิชาการ เน้นตำรามากเกินไป ขอให้พิมพ์หนังสือเรียนวิชาละ 1 เล่มก็พอ ทั้งแบบฝึกหัดและเนื้อหาอยู่ในตำราเดียวกัน เด็กจะได้ไม่แบกกระเป๋าหนักจนเกินไป
 2. ใน 1 เล่มควรสอนให้จบใน 1 เทอม ครูจะหาอย่างอื่นมาเพิ่มเติมไม่เป็นไร
 3. รัฐมนตรีมีทีมงานสัก 1 ทีม คอยสุ่มตรวจ หรือสั่งการผ่าน สพฐ.ประเมินการสอน ประเมินการเรียนบ้าง
 เพื่อให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ครูควรจะต้องเน้นเรื่องสอน เมื่อมีตำราก็ควรจะสอนตามตำราให้มากที่สุด มิใช่นโยบายและข้อปฏิบัติที่ออกโดยรัฐ จะขัดแย้งกันเองดังเช่นปัจจุบันนี้
ญาติรัฐมนตรี