
เล่นหูเล่นตา-โสด 24 (II)
กลิ่นหอมของข้าวที่เพิ่งระอุลอดผ่านช่องระบายอากาศเข้ามาในห้องนอนของฉัน คนหนึ่งคนกำลังจะนอน ขณะที่คนอีกหลายคนกำลังจะตื่น ชีวิตของฉันมันสวนทางกับชีวิตปกติของคนทั่วไป ไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมยังไม่มี ผอ-สระ-อัว เป็นตัวตน
ไม่เช่นนั้นแล้ว ฉันคงต้องแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาทำกับข้าวให้ลูกให้ผัวกิน กว่าจะแงะลูกขึ้นจากที่นอน กว่าจะต้อนกันไปอาบน้ำแปรงฟัน ป้อนข้าวป้อนน้ำกันจนอิ่ม หันไปทะเลาะถกเถียงกับพ่อของลูกที่กลับดึกเมื่อคืน แล้วรีบไปส่งลูกให้ทันเข้าเรียนตอนเช้า ออกมาถึงรถก็ติด...ด...ด แค่คิดก็ผิดแล้ว!
มุดหัวซ่อนตัวใต้ผ้านวมนุ่มๆ อย่างนี้น่ะดีแล้ว ไม่ว่าจะหลับหรือจะตื่นก็ไม่มีใครคอยกวนใจ ฉันคงเห็นแก่ตัวเกินไปที่จะต้องทุ่มเททั้งชีวิต เสียสละทุกอย่างที่มีและเป็น เพื่อแลกกับคำว่า แม่ หรือ เมีย โดยไม่มีทางรู้คำตอบล่วงหน้าว่า จะชื่นใจ หรือ เสียใจ เฮ้อ...การอยู่เพื่อใครนี่มันลำบากจริงๆ! แต่ฉันก็ยังแอบอมยิ้มทุกครั้งที่เห็นครอบครัวสุขสันต์ของใคร (ถ้าไม่คิดถึงรายละเอียดเบื้องลึก หรืออะไรที่ตามมา)
คนโสดอย่างฉันกลัวความคาดหวัง อันจะนำมาซึ่งความผิดหวัง พูดง่ายๆ ที่โสดทุกวันนี้ก็เพราะ...กลัว!...กลัวจนขี้ขึ้นหัว...กลัวจนแก่
ฉันก็เริ่มต้นแบบใครๆ แต่พอผิดหวังนานๆ ไป มันก็เริ่มไม่มีใจให้ใคร...มันเริ่มจากการมองหาใครสักคนที่จะร่วมทุกๆ อย่าง ทั้งสุขและทุกข์ตามแบบที่ฉันโตมา เหมือนพ่อกับแม่ของฉัน แต่ยิ่งเจอมันก็ยิ่งเข้าใจ...เข้าใจว่าฉันเข้าใจไปเอง สรุปว่า...เพ้อ! ความรักบางทีมันก็เหมือนการพนัน ยิ่งอยากได้มาก ก็ยิ่งเสียไปมาก มีแต่คนอยาก “มีอะไร” แต่ไม่ได้อยาก “เป็นอะไร” สัมพันธภาพมิได้บ่งชี้สถานภาพ ไม่ได้บอกว่า อยากเป็นผัว ไม่เคยบอกว่าอยากเป็นพ่อ ก็แค่...อยากมีอะไร! แล้วทำไมไม่บอกกูแต่แรกคะ?
พี่จำได้มั้ย เพื่อนหนูคนนั้นที่เคยเล่าให้ฟังอ่ะ ตกลงมันเปลี่ยนใจจะฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูให้ลูกในท้องด้วยล่ะ...ทีแรกนะ มันบอกว่าไม่เอาอะไร ไม่รู้ทำไมมาเปลี่ยนใจเอาตอนนี้ นุชเริ่มสงสัยเรื่องของชาวบ้าน
“ดี...ฟ้องนะดีแล้ว” ฉันสนับสนุนเต็มกำลัง
“เป็นพี่ พี่จะฟ้องมั้ย”
“จะเหลือเหรอ?” (เอ่อ...หาคู่กรณีให้ได้ก่อนจะดีมั้ย?)
“อ้าว...ก็ในเมื่อเราก็เลี้ยงลูกเราเองได้ ทำไมต้องไปง้อขอเงินทางผู้ชายให้มันมาดูถูกเราด้วยล่ะ?” นุช ผู้ไม่มีโอกาสท้อง แต่ก็ยังวุ่นวายกับคนท้อง
“มันไม่ได้เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี แต่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบเพื่อโอกาสและอนาคตที่ดีของลูกเรา...เงินน่ะมันทำให้ทุกอย่างง่ายและสบายใจขึ้นใช่มั้ยนุช ลูกเราจะได้เรียนโรงเรียนดีๆ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ได้รับโอกาสเท่าที่เงินจะอำนวยให้ได้ ไอ้นั่นมันจะยอมรับเป็นพ่อหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่ลูกเราโตขึ้นทุกวัน เลี้ยงเด็กมันต้องใช้เงิน นอกจากใช้ความรัก ความเอาใจใส่ ถูกมั้ยนุช...
ฝ่ายผู้ชายมันก็โคตรรวยจะไม่ช่วยรับผิดชอบอะไรก็เกินไป มันจะเชื่อแม่มันแล้วทิ้งผู้หญิงคนหนึ่งไป เพราะหม่าม้าไม่ปลื้มก็เรื่องของมัน แต่ถ้ามันเป็นคนไม่ใช่หมา มันก็ต้องส่งเสียลูกของมัน...”วู้ย! องค์ลง ยิ่งพูดยิ่งฮีท ยังกะว่าเป็นเรื่องของตัวเอง..."
ทั้งๆ ที่เลยเวลาตั้งครรภ์มานานแล้ว เหลือเพียงอาการคันที่เป็นอยู่ตามฤดูกาล
ฉันชอบกฎหมายของเมืองนอกที่ฝ่ายหญิงฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูกันอู้ฟู่ บางคนเรียกตั้งแต่ค่าเล่าเรียนลูกยันค่าศัลยกรรมความงามของแม่ (ไม่สวยจะหาผัวใหม่ได้ไง?) แบบนี้ค่อยยังชั่ว จะให้เลิกแล้วฝ่ายชายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเมียใหม่ แล้วปล่อยให้เมียเก่าต้องปากกัดตีนถีบเลี้ยงลูกไปคนเดียวแบบนี้มันไม่แฟร์นะคะคุณพี่ขา...
การหาผัว เอ๊ย! หาคู่เนี่ย ตาดีได้ ตาร้ายเสีย อยู่กันไม่ได้ก็ต้องเลิกกันไป ค่าเลี้ยงดูอะไรก็ต้องไปฟ้องร้องเอากันในศาล บ้างก็ต้องกลายเป็นซิงเกิลมัม (Single Mom) เลี้ยงลูกไปคนเดียว ต้องเก่งและแกร่งถึงจะรอด หรือจะเป็น ดับเบิลมัม (Double Mom) (อันนี้คิดคำเอง อย่าซีเรียส) คือ เป็นแม่ของลูกไม่พอ ยังต้องเป็นแม่ของผัวด้วย เพราะผัวทำตัวเหมือนลูก ต้องคอยเลี้ยงดูทั้งลูกและผัว...เฮ้อ! เหนื่อย
เงื่อนไขและกลไกของความไม่โสดนี่มันยุ่งยากและซับซ้อน อีกทั้งผลกระทบที่ตามมามีมากมายหลายสิ่งที่ต้องรับมือให้ได้ ถ้าไม่อยากเป็นแม่ม่าย
สำหรับฉันความวุ่นวายและยุ่งยากที่ต้องเผชิญหน้ากันทุกวันตอนอยู่นอกบ้านก็ทำให้อ่อนแรงแทบจะคลานกลับเข้าบ้านอยู่แล้ว ถ้ายังต้องกลับมาแก้ปัญหาต่างๆ ในบ้านอีก มันเกินจะรับไหว บอกแล้วไงว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ความสบาย เอาแบบง่ายๆ อยู่คนเดียวแบบนี้น่ะดีแล้ว โสดไปวันๆ วันละ 24 ชั่วโมง เดี๋ยวก็เมนส์มา เดี๋ยวก็เมนส์หมด เดี๋ยวก็แก่ตายไปเฉยๆ เองแหละ โสดก็ใช่ว่าจะน่าเบื่อ โสดแบบคนไทยตื่นเต้นจะตาย (ตื่นเต้นได้โดยไม่ต้องอาศัยเซ็กส์) เดี๋ยวก็วูบ เดี๋ยวก็วาบ เดี๋ยวก็ตูม เดี๋ยวก็ตาม ไม่เชื่อไปถาม เสธ.ไก่อู!
เจนนิเฟอร์ คิ้ม



