ไลฟ์สไตล์

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง - ลืมแล้วหรือไร? ลืมไวเหลือเกิน

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง - ลืมแล้วหรือไร? ลืมไวเหลือเกิน

27 มิ.ย. 2553

เมื่อ 2-3 เดือนก่อนโดยประมาณ ชาวกรุงเทพฯ แตกตื่นกันมากนอกเหนือจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองหรือกีฬาสี แต่เป็นเรื่องที่ผมเห็นว่าเราคนไทยจะฮือฮาทุกคราเมื่อเกิดเรื่องคือ “คนถูกหมาบ้ากัดตาย”

พอตายเข้าสักราย ขึ้นหน้าหนึ่งทีไร มีแต่ให้สัมภาษณ์ ประกาศควบคุมจัดการ รณรงค์ฉีดวัคซีน ชาวบ้านสอบถามเรื่องการฉีดวัคซีนให้หมา การทำตัวเมื่อถูกหมากัด เล่นสายโทรศัพท์แทบไหม้ หูชามือชาเพราะตอบปัญหาหมาอยู่ตลอดเวลา

 ครั้งล่าสุด นี่เกิดจากลูกหมาที่ขายในจตุจักร ที่หนักก็คือคนขาย เจ้าของฟาร์ม เป็นผู้ฉีดวัคซีนให้หมาแล้วตัวก็ตายเองด้วยโรคกลัวน้ำหรือพิษสุนัขบ้า จะเรียกว่าหมองูตายเพราะงูก็คงได้ (แต่อย่าให้กลายเป็นเลี้ยงหมาตายเพราะหมาเลย คนเขาจะเลิกเลี้ยงหมากันเปล่าๆ)

 งานเข้า กทม.เพราะเป็นเจ้าของตลาดนัดที่กลายเป็นแหล่งแพร่โรคพิษสุนัขบ้า เนื่องจากมีผู้คนมากมายที่สัมผัสกับหมาป่วย หรือหมาต้องสงสัยที่เป็นแหล่งรังโรคในตลาดนัดสุดสัปดาห์

 เขาเหล่านั้น ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ เมื่อเห็นลูกหมาวางขายเป็นต้องเล่นด้วย แล้วใครจะรู้ว่ามีเชื้อโรคร้ายอยู่ไหม? ใครผู้ใดกี่คน? ที่รับเข้าไป จนบัดนี้ยังไม่มีรายงาน หรือ ผู้สัมผัสโรคไปป่วยตายที่ไหน? อาจมีหรือไม่ก็ไม่รู้ ช่วงเวลานั้นคนเลี้ยงหมาตื่นตัวพาหมาไปรับการฉีดวัคซีน ทำเอายอดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าใน กทม.กระฉูดขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง

 แล้วไงครับ เรื่องราวดังกล่าวก็ซาหายไปไม่มีใครสนใจพูดถึงหรือติดตาม มาตรการต่างๆ ที่ประกาศ โฆษณาเอาไว้เพื่อกำจัดโรคนี้ให้หมดไป (คงเพราะถูกคั่นด้วยเหตุวุ่นๆ ที่รู้กันดีอยู่) จนกะว่าเหลวอีกแล้วคราวนี้

 เดชะบุญ เกิดเหตุอีกครับ สักเดือนกว่ามานี้ มีเด็ก 3 ขวบถูกหมาบ้ากัดอีก แล้วก็เช่นเคยเสียชีวิต นับเป็นรายที่ 6 ของกทม.ในปีนี้ (ถ้าผมจำไม่ผิดปีที่แล้วทั้งปียังแค่ 7 รายเท่านั้นเอง) ซึ่งเพียงในระยะเวลาครึ่งปีเท่านั้น

 น่ากลัวนะครับ! อย่างนี้จะเป็นเมืองท่องเที่ยวได้อย่างไร ฝรั่งมังค่านักท่องเที่ยวต่างชาติถ้ารู้สถิตินี้ละก็อาจไม่มา เปลี่ยนใจ หรือไม่ก็ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำก่อนมาเที่ยวกรุงเทพฯ ก็เป็นได้

 มิหนำซ้ำผลการตรวจโรคพิษสุนัขบ้าจากหมาที่ส่งตรวจและสุ่มตรวจพบว่า เฉลี่ยแล้วจะพบหมาเป็นโรคพิษสุนัขบ้าเดือนละ 10 ตัวในปีนี้ (ม.ค.ถึง มิ.ย. 2553) แต่ในปีที่แล้ว (ม.ค. ถึง ธ.ค.2552) ค่าเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 8 ตัวเท่านั้น นี่ก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย ซ้ำยังรวดเร็วด้วย

 เหตุการณ์บ้านเมืองโดยเฉพาะเมืองหลวงของเราก็เข้าสู่สภาวะปกติ (เดี๋ยว พ.ร.ก.เขาก็เลิกแล้ว) ส่วนที่ต้องซ่อมแซมบูรณะก็เร่งทำกันไป สิ่งที่หลงลืมเลือนล่าช้าในส่วนการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าก็ให้แก้ปัญหาพื้นฐานก่อนคือหมาจรจัด ดังที่เคยตั้งยุทธศาสตร์ไว้นั้นก็ ต้องเร่งรัดกระชับการปฏิบัติโดยฉับพลัน คือ ขอทบทวนจดทะเบียนหมาบ้าน ควบคุมประชากรเร่งตอนหมา ให้การศึกษาความรู้ในโรงเรียน ประชาสัมพันธ์รณรงค์ความร่วมมือ สร้างสถานสงเคราะห์หมาจรจัดชุมชน และ สวนสาธารณะหมา

 ไม่ต้องรั้งรอ เริ่มทีละโครงการหรือรอโครงการใดโครงการหนึ่งให้เสร็จสิ้น ต้องทำพร้อมๆ กัน เนื่องจากทุกโครงการสัมพันธ์และเกื้อกูลกัน เงินทองก็มีอยู่มากมาย คนจะช่วย เอาใจช่วย ก็เยอะ!

 ลงมือได้ในบัดนี้อย่าให้กรณีโรคพิษสุนัขบ้าใน กทม.นี้ “ลืมไวเหลือเกิน”