
"ใช้ยาก ไม่คุ้น ซอฟต์แวร์น้อย"อุปสรรคขวางทางเกิดลีนุกซ์
ของแพงเท่ากับของดี เป็นคติ ที่หลายคนยึดมั่นถือมั่นและพร้อมควักกระเป๋าเพื่อแลกกับประสิทธิภาพตามที่อวดอ้างสรรพคุณ แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคนที่ยอมจ่ายเพื่อของแท้ราคาแพง โดยเฉพาะเรื่องของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (OS) ไม่อย่างนั้นซอฟต์แวร์ผีซีดีเถื่อนจะเกลื่อนห้างห
สิ่งที่เกิดตามมาคือการเลือกใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน ซึ่งเป็นความผิดทางกฎหมาย ดร.กว้านสีตะธนี รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าว และเสนอทางเลือกใหม่คือ ระบบปฏิบัติการเปิด หรือโอเพนซอร์ส ที่แจกกันฟรีแต่ผู้ใช้จำนวนมากยังไม่กล้าใช้ เพราะไม่คุ้นเคย กลัวใช้ยาก กลัวหาโปรแกรมเสริมไม่ได้ และอีกสารพัดกลัว สุดท้ายจึงไปใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนแทน
เนคเทคพยายามประชาสัมพันธ์ซอฟต์แวร์เปิดมานานแล้วทั้งกับนักพัฒนาโปรแกรมซึ่งสามารถนำไปใช้งาน ศึกษา แก้ไข ต่อยอดได้อย่างอิสระ และส่งเสริมให้ผู้ใช้ทั่วไปหันมาใช้ซอฟต์แวร์ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์ หรือไม่ต้องเซ็นสัญญาพิเศษ และไม่ต้องอยู่อย่างหวาดผวาว่าจะโดนจับปรับเป็นหลายหมื่น
การหนุนให้คนใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจึงเป็นความท้าทายและเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างเนคเทคและผู้ประกอบการด้านไอทีภายใต้โครงการ ECOLONUX ซึ่งเป็นต้นแบบเชิงอุตสาหกรรมภายใต้ห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส
เป้าหมายหลักคือการปรับปรุงให้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดใช้งานร่วมกันได้อย่างราบรื่น หนึ่งในปัญหาปวดขมับของผู้ใช้คือ ลีนุกซ์ไม่รู้จักกับอุปกรณ์ภายในเครื่องหมายถึงไม่มีไดรเวอร์เพื่อให้โอเอสรู้จักกับฮาร์ดแวร์
จุดมุ่งหมายของโครงการอีโคโลนุกซ์คือการสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อเตรียมพร้อมให้ลีนุกซ์เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ โครงการเริ่มมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2552 โดยจับมือกับผู้ประกอบการ 5 รายที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการใช้โอเพนซอร์ส ประกอบด้วย บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัทดีคอมพิวเตอร์, บริษัทโพเวลอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ จำกัด, บริษัท ไอทีเบเคอรี่ จำกัด และบริษัทซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ปีแรกของโครงการนี้ถือว่าสำเร็จเป็นที่น่าพอใจหลังจากที่เราได้พัฒนาผู้ประกอบการให้ติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพื่อการจำหน่ายในปริมาณมากๆ โดยสร้างแผ่นโออีเอ็ม (OEM) ขึ้น และยังจัดอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลลูกค้าและช่วยแก้ไขปัญหาการติดตั้งใช้งานเพื่อให้การใช้งานโอเพน ซอร์สซอฟต์แวร์สู่กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป ดร.กว้านกล่าว
ยอดการผลิตและจำหน่ายคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของทั้ง5 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการสูงถึง 100,930 เครื่อง ช่วยลดการละเมิดซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,719,504,000 บาท
ที่น่ายินดีคือโครงการอีโคโลนุกซ์ได้ลงนามความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทในศูนย์การค้าฟอร์จูน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการด้านการผลิตและจำหน่ายคอมพิวเตอร์รายใหม่อีก 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท เจท คอมพิวเตอร์พลัส จำกัด, บริษัท ออสการ์ โฟร์สตาร์ จำกัด, บริษัท โปรคอนเนอร์ จำกัด, บริษัท ไดมอนด์ พีเพิล จำกัด และบริษัท โน๊ตบุ๊ค โซลูชั่น จำกัด รวมบริษัทที่เข้าร่วมโครงการนี้แล้วถึง 10 บริษัท ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความก้าวหน้าของโครงการ และการสร้างความสามารถในการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส
ก้าวต่อไปสำหรับโครงการอีโคโลนุกซ์คือการเก็บข้อมูลผู้ใช้โอเพนซอร์สที่ติดตั้งไปกับเครื่องคอมพิวเตอร์จากร้านค้าที่ร่วมโครงการ เพื่อหาจำนวนกลุ่มผู้ใช้จริง ในขณะเดียวกันก็จะเร่งสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ และเลือกซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สติดตั้งลงไป เพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์ผิดกฎหมาย
ถ้าผลสำรวจออกมาพบว่าผู้ใช้แอบไปลงระบบปฏิบัติการวินโดว์สเถื่อนหลังซื้อเครื่องไปแล้ว งานนี้คงเหนื่อยกันอีกหลายรอบ



