
ซูเปอร์ จีที ซีรีส์ เดือดเร้าใจ สีสันงานแข่งเซปังฯ
การแข่งรถระดับนานาชาติ อีกรายการที่เป็นที่นิยม ในซีกโลกตะวันออกคือ ซูเปอร์ จีที ซีรีส์ หรือเดิมชื่อ "ออล เจแปน แกรนด์ ทัวริ่ง คาร์ แชมเปี้ยนชิพ" หรือ เจจีทีซี
รายการนี้เทียบได้กับ DTM ของเยอรมันก็ว่าได้ และช่วงหลังที่มีการปรับปรุงการแข่งขัน รายการซูเปอร์ จีทีก็ดูจะเป็นรายการที่เป็นระดับโลกมากขึ้น เช่นเดียวกับแนท คาร์ หรือฟอร์มูลาวัน แม้ว่าจะเป็นรายการที่มีต้นกำเนิดในญี่ปุ่นและ เจ้าสังเวียนหรือรถดาราก็เป็นรถญี่ปุ่นเสียส่วนใหญ่ก็ตาม และการที่มีการเพิ่มสังเวียนแข่งนอกญี่ปุ่น ก็ถือเป็นสีสันใหม่ให้ ซูเปอร์ จีที ซีรีส์
ล่าสุดนั้น รายการนี้ไปทำศึกกันที่ มาเลเซีย และที่สำคัญคือ มีการนำรายการ วีออส และยาริสวันเมคเรซ ไปเป็นรายการประกอบด้วย ถ้าเป็นมวยก็เหมือนกับคู่ประกอบรายการ แต่ไม่ถึงคู่ค้ำ เพราะว่าเขามีรายการ จีที 4 จีที 3 ที่แรงกว่ายาริส วีออสเยอะ
ผมเดินทางไปชมซูเปอร์ จีที ซีรีส์ สนาม 4 ที่มาเลเซีย โดยการเชิญของโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ซึ่งนำนักแข่งยาริสและวีออส วันเมคเรซเข้าร่วมแข่งขันเจแปน ซูเปอร์ จีที ที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียด้วย ผู้บริหารของโตโยต้า วิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส นิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฮิโรอากิ อาวามูระ ผู้ประสานงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ก็ไปร่วมเชียร์
ครับ การไปแข่งของวีออสและยาริส ครั้งแรกในเซปัง ไม่มีการเก็บคะแนนแต่ไปเพื่อหาประสบการณ์ เป็นการเพิ่มทักษะของนักแข่งไทย
ส่วนสนามเก็บคะแนนก็ยังมีเหมือนเดิม คือ 5 สนามทุกภูมิภาคทั่วประเทศ คือ ที่เชียงใหม่ ในวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2553 และที่อุดรธานี วันที่ 14-15 สิงหาคม 2553 ส่วนอีกสามสนามเอาไว้ใกล้ๆ ค่อยมาติดตามกัน
เจแปน ซูเปอร์ จีที จัดโดย จีที แอสโซซิเอชั่น (GT-A) ภายใต้การรับรองของ สหพันธ์ยานยนต์ของญี่ปุ่น และ สหพันธ์ยานยนต์ นานาชาติ หรือเอฟไอเอ (FIA)
รถที่ใช้แข่ง แบ่งเป็นสองรุ่นคือ จีที 500 (ใช้ไฟหน้าและเบอร์สีขาว) และ จีที 300 (ใช้หมายเลขและไฟหน้าสีเหลือง) (ซึ่งหมายความว่าแต่ละรุ่นจะจำกัดแรงม้าไม่เกิน 500 และ 300 แรงม้า ทั้ง จีที 500 และ จีที 300 จะลงวิ่งในเรซเดียวกัน)
รุ่นจีที 500 นั้น พระเอกคือ ค่ายฮอนด้า (เอชเอสวี 10 จีที) ที่เสียงรถเหมือนเอฟวัน และนิสสัน (จีที-อาร์) ที่เป็นรถเด่นตลอดกาล ในขณะที่ โตโยต้า/เล็กซัส (เอสซี 430 เอเคเอ โซอาร์เรอร์) ก็จี๊ดจ๊าด ส่วนทีมอิสระมักจะใช้รถยุโรป ไม่ว่า แอสตัน มาร์ติน, เฟอร์รารี่, ลัมโบร์กินี่ แม็คลาเรน
ส่วนจีที 300 มีรถเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า ปอร์ช รุ่น 911 จีที 3 เป็นตัวถังยอดนิยม รุ่นจีที 300 มักจะไม่แต่งมากมายเหมือนรุ่นพี่ที่โมดิฟายได้จำกัด
รายการนี้สีสันเต็มสนาม โดยเฉพาะพริตตี้ที่ยกกันมาจากแดนซากุระ เรียกเอาความสนใจจากรถแห่งไปอยู่ที่บรรดาพริตตี้เกือบหมด
บรรยากาศการแข่งขัน สนุกเร้าใจ เรียกว่า แข่งกันมาราธอน นักขับต้องมีสองคนผลัด ในขณะที่มาตรฐานการทำทีมสูงมาก เทียบกับเอฟ 1 น้อยๆ แม้รูปแบบรถจะเป็นรถแบบแกรนด์ทัวริ่งก็ตาม สื่อมวลชนไทย มีโอกาสสัมภาษณ์เจ้าของรายการแข่ง บอกว่า ซูเปอร์ จีที มีโอกาสมาแข่งเมืองไทยหรือไม่ เจ้าของรายการที่สนิทสนมกับทีมงานไทย บอกว่า ถ้ามีสนาม วิ่งได้จะได้เห็นรายการนี้แน่นอน เพราะว่ารถ 500 แรงม้าระดับนี้ ปัญหาใหญ่คือความปลอดภัย ทางเรียบต้องเรียบจริง และกว้างพอ เพราะเวลาเกิดอุบัติเหตุชิ้นส่วนที่เป็นคาร์บอน ที่ใช้ทำชิ้นส่วน ลักษณะการแตกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ หาไม่มีที่กว้างพอจะมีปัญหาต่อคนชม
โอกาสที่เราจะได้เห็น ซูเปอร์ คาร์ คงต้องรอไปก่อน ชมสีสันได้ทาง เปิดโลกยนตรกรรม คม ชัด ลึก ไปพลางๆ



