
ขุมทรัพย์จากพระไตรปิฎก - โรคติดเชื้อทางจิต
สุโข วิเวโก ตุฏฺสฺส
สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต
อพฺยาปชฺชํ สุขํ โลเก
ปาณภูเตสุ สญญโม ฯ
ขุ. อุ. ๒๕/๕๑/๘๖
วิเวกเป็นสุขของผู้ยินดีที่ได้สดับธรรม
พิจารณาเห็นอยู่ ความไม่เบียดเบียนกัน
หมั่นสำรวมในสัตว์ทั้งหลายเป็นสุขในโลก
ความราบเรียบเงียบสงบแสนสงัด คนยินดีสัมผัสสุขหนักหนา
ได้ฟังธรรมซาบซึ้งตรึงอุรา พิจารณาเห็นอยู่รู้ความจริง
ความไม่เบียดเบียนกันห้ำหั่นฆ่า สำรวมกายวาจาในทุกสิ่ง
โลกนี้ร่มเย็นนักน่าพักพิง อยู่เนานิ่งสงบสุขทุกคืนวัน ฯ
แม้ธรรมจะมิใช่ “ยาย้อมใจ” ก็ตาม แต่ท่านก็ถือเป็น “ยาวิเศษ” ขนานเอก เรียกว่า “ธรรมะโอสถ” สามารถเยียวยาได้ทั้งกายและใจ ระงับ “โรคกาย”, “โรคจิต” โรคกายที่เรื้อรังจะทุเลาลง โรคจิตที่รุ่มร้อนจะสงบลง เมื่อปฏิบัติธรรมจนถึงระดับหนึ่ง
ความจริง โรคทางกายไม่น่ากลัวเท่ากับโรคทางจิต โรคติดเชื้อทางกายไม่น่ากลัวเท่ากับโรคติดเชื้อทางจิต “โรคติดเชื้อโลภ โกรธ หลง” น่ากลัวอย่างยิ่ง มันมักกำเริบอยู่เรื่อยๆ เภสัชกรจะจ่ายยาขนานไหนก็ไม่สามารถระงับ ซ้ำร้ายมันยังลุกลามไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่นอีก
ไม่ปฏิเสธใช่ไหมว่า คนที่ฉกชิงวิ่งราวลักขโมยของคนอื่น เพราะเป็นโรคติดเชื้อโลภ คนที่เบียดเบียนทำร้ายคนอื่น เพราะเป็นโรคติดเชื้อโกรธ คนที่ลุ่มหลงเล่นการพนัน เสพยาเสพติด เพราะเป็นโรคติดเชื้อหลง ดูสิ “โรคจิต” แพร่ระบาดทั่วโลก โลกจะร่มเย็น สังคมจะสงบสุขได้อย่างไร เราคงต้องหันมาทบทวนธรรมกันใหม่ เริ่มด้วยการฟังธรรมและน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อระงับโรคร้ายนี้
มิฉะนั้น โลกจะวุ่นวาย สังคมจะเดือดร้อนอยู่ตลอด ฝนตกหนักครั้นขาดเม็ด กบอึ่งอ่างจับกลุ่มก่อหวอดร้องส่งเสียงดัง เพียงข้ามคืนพวกมันก็เงียบ ต่างจากคน ลองได้รวมกลุ่มก่อหวอดก็สร้างความวุ่นวายไม่รู้เลิก จงอยู่เป็นสุขๆ เถิด อย่าเบียดเบียนกันและกันเลย
"พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์"



