
จุติแย้มยิงดาวเทียมใหม่รบ.ไม่ชัดซื้อ-ยึดไทยคม
จุติเปิดประเด็นใหม่ยิงดาวเทียมดวงใหม่ หลังรัฐบาลยังไม่ชัดเจนเลือก ซื้อ-ยึด ชี้ ข้อกฎหมายสัมปทาน 7 ก.ค.นี้ จะชัดเจน ลั่นเลือกแนวทางที่เสียเงินน้อยที่สุด แต่ ประเทศ ได้ประโยชน์มากที่สุด กร้าว ไม่ยอมให้ ไทยคม บีบรัฐบาลโดยที่ไม่มีทางออก
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 23 มิ.ย.ทำเนียบรัฐบาล นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภายหลังเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงแนวทางในการซื้อดาวเทียมไทยคม 5 โดยใช้เวลาหารือ 30 นาที ว่า นายกรัฐมนตรีได้บอกให้ศึกษากฎหมายให้รอบคอบว่า โอกาสที่จะปัญหาเรื่องดาวเทียมมีอย่างไรบ้าง ซึ่งก็ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะมีกฎหมายหลายอย่าง ทั้งเรื่องซื้อ ยึด ยิงเอง หรือให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ ซึ่งทางไอซีทีก็ต้องกลับไปทำการบ้านก่อน
เมื่อถามว่า ระหว่างซื้อกับยึดอะไรมีความเป็นไปได้มากกว่ากัน นายจุติ กล่าวว่า ทั้งซื้อ ทั้งยึด หรือให้เอกชนเข้ามายิงเอง หรือไปลากดาวเทียมที่อื่นมา ก็มีหลายทางเลือก ส่วนจะได้ข้อยุติเมื่อไรนั้น ตนกลับไปที่กระทรวงจะได้ไปเซ็นตั้งคณะทำงานขึ้นมาดู
ผู้สื่อข่าวถามว่า วิธีไหนที่ดีที่สุดและน่าจะเป็นไปได้ที่สุด รมว.ไอซีที กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้มีการศึกษา
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะซื้อเฉพาะดาวเทียมไทยคม 5 หรือจะซื้อดาวเทียมไอพีสตาร์ด้วย นายจุติ กล่าวว่า จริงๆแล้วมันมีทั้งไอพีสตาร์ ดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งก็บอกว่าไทยคมเป็นของคนไทยจะซื้อทำไม ซึ่งการไปซื้อสิทธิก็ต้องไปดูว่าจะซื้อได้อย่างไร เพราะว่ามีหลายทางเลือก
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะซื้อดาวเทียมต้องไปดูที่สัญญาใช่หรือไม่ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ใช่ครับ มันมีข้อไหนบ้างที่จะซื้อได้บ้าง ต้องให้คณะกรรมการฝ่ายกฎหมายไปดู
“เท่าที่ผมดูจริงๆแล้ว ผมมีความโน้มเอียงที่อยากจะให้เอกชนไปยิงดาวเทียมใหม่มากกว่า แต่ประเด็นนี้ผมยังไม่ได้เสนอนายกฯ ยังไม่รู้ว่าแนวทางไหนดีกว่า แต่จะดูว่าแนวทางไหนที่เสียเงินน้อยที่สุด และประเทศได้ประโยชน์มากที่สุด ก็จะเป็นแนวทางนั้น” รมว.ไอซีที กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ติดขัดที่ข้อกฎหมายใดบ้าง นายจุติ กล่าวว่า มีเยอะ แต่ต้องรอให้ฝ่ายกฎหมายสรุปให้ฟังก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีสัญญาสัมปทานเดิมที่มีการแก้ไขและไม่ถูกต้อง กระทรวงไอซีทีจะดำเนินการอย่างไร รมว.ไอซีที กล่าวว่า คณะกรรมการฯตามมาตรา 22 จะต้องเสนอให้ตนภายในวันที่ 7 ก.ค.ว่าจะบังคับให้ทำอย่างไรบ้าง ดำเนินการได้ไหม และมีผลเสียต่อรัฐหรือไม่ ต้องเปรียบเทียบว่า วิธีไหนจะถูกกว่ากัน การยิงดาวเทียมใหม่โดยเอกชน อันไหนจะถูกกว่ากันโดยเปรียบเทียบกับอายุที่เหลือ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากให้เอกชนเข้ามาเป็นผู้ยิงดาวเทียมจะเป็นผลดีต่อความมั่นคงได้อย่างไร นายจุติ กล่าวว่า มีซิ เพราะเราเป็นเจ้าของเอง เพราะว่าถึงอย่างไรรัฐก็เป็นเจ้าของ
เมื่อถามว่า วงจรดาวเทียมรัฐยังเป็นเจ้าของอยู่หรือไม่ รมว.ไอซีที กล่าวว่า เขาต้องรักษาวงโคจรของเราด้วย และการให้เอกชนยิงกับรัฐดำเนินการเองแล้วจะเหมือนกันได้อย่างไรนั้น ตนว่าเหมือน เพราะรัฐจ้างเอกชนยิง กรรมสิทธิ์ก็ต้องเป็นของรัฐ ไม่ใช่ของเอกชน
ส่วนกรณียิงดาวเทียมใหม่ ต้องมีการเปิดสัมปทานหรือไม่ นายจุติ กล่าวว่า ต้องไปคุยกับกทช.ด้วย “นายกฯต้องการให้รักษาสถานะวงโคจรของประเทศไว้ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ายิงใหม่วงโคจรของไทยคมจะเป็นอย่างไร รมว.ไอซีที กล่าวว่า มันมีวงโคจรอีกหลายวงโคจรที่สามารถเป็นของประเทศไทยด้วยยังมีอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นลักษณะนี้คือเปิดให้เจ้าใหม่มาเปิดแข่งกับทางไทยคม นายจุติ กล่าวว่า เราก็ต้องเจรจากับไทยคมว่า จะทำอย่างไร เพราะอยู่ที่สัญญาด้วยซึ่งต้องดูหลายอย่าง
เมื่อถามว่า การชั่งน้ำหนักเลือกระหว่างแนวทางใด แนวทางหนึ่ง จะใช้ปัจจัยอะไรมาเป็นตัวตัดสิน นายจุติ กล่าวว่า ก็ประโยชน์ของประเทศไง โดยเฉพาะปริมาณเงินที่จะมาใช้ และอายุของดาวเทียมที่จะยิงขึ้นไป รวมถึงประโยชน์ที่ประชาชนหรือเศรษฐกิจที่จะได้รับการบริการของดาวเทียมนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เท่าที่ได้มีการศึกษาแบบไหนที่จะใช้งบประมาณไหนมากกว่ากันระหว่างแนวทางนี้ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะถ้าซื้อก็ยังไม่รู้ว่า ราคาจะ
ผู้สื่อข่าวถามว่า สุดท้ายแล้วการซื้อกับการยึดคืนก็เป็นไปไม่ได้แล้วใช่ไหม นายจุติ กล่าวว่า ทุกทางยังเป็นทางเลือกอยู่หมด ไม่มีการปิดกั้นทางเลือกใดทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปิดข่าวยิงดาวเทียมใหม่ จะเป็นการทุบหุ้นดาวเทียมไทยคม ให้ตกลงติดดิน นายจุติ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะเราต้องเปิดโอกาสให้ประเทศ ไม่ใช่เปิดโอกาสให้ใคร ส่วนการยิงดาวเทียมใหม่จะใช้งบประมาณเท่าไร นายจุติ กล่าวว่า ยังไม่ได้เจรจาถึงตรงนั้นเลย เพราะถือเป็นทางเลือกหนึ่ง
“แต่เราจะไม่ยอมให้ไทยคมหรือใครมาบีบรัฐบาล โดยที่รัฐบาลไม่มีทางออก และก็ไม่เชิงว่า ไทยคมจะมาบีบรัฐบาล แต่รัฐบาลจะไม่ยอมให้ใครมาบีบรัฐบาลก็แล้วกัน” รมว.ไอซีที กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ติดตามลักษณะของการปั่นหุ้นด้วยหรือไม่ นายจุติ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกลต.ที่จะนำคนผิดออกมาให้ได้ เหตุผลเรื่องของความมั่นคงก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งรัฐบาลยอมให้ใครมาบีบไม่ได้



