
ห่วงเกษตรกร"เหนือ-อีสาน"กรีดยางก่อนกำหนด
ราคายางพุ่ง เกษตรฯ หวั่นปลอมปน ยางตาย ในวัตถุดิบเล็ดลอดสู่โรงงานผลิตยางแท่ง ฉุดคุณภาพผลิตภัณฑ์ยางต่ำลง ห่วงสวนยางล้านไร่เปิดกรีดเร็วเพื่อโกยเงิน ไม่สนผลกระทบระยะยาว
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคายางพาราที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 และน้ำยางสดที่มีราคาสูงถึง 100-115 บาท/กิโลกรัม ทำให้กรมวิชาการเกษตรวิตกกังวลว่า อาจมีการนำยางตาย (Vulcanised rubber) ซึ่งเป็นเศษยางเหลือใช้และยางที่เสียหายจากกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยางจากยางแห้งและผลิตภัณฑ์ยางจากน้ำยาง มาปลอมปนรวมกับยางดิบจำหน่ายเป็นเศษยางให้โรงงานยางแท่ง เพื่อหวังที่จะเพิ่มน้ำหนักและขายได้กำไรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาร้ายแรงที่น่าเป็นห่วงที่สุด
นอกจากนี้อาจมีการจงใจนำผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้งานแล้ว เช่น เศษถุงมือยาง เศษรองเท้าฟองน้ำ มาห่อหุ้มด้วยยางดิบนำไปปลอมปนกับเศษยางดิบจำหน่ายให้โรงงานยางแท่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหากับกระบวนการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ยาง ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นไม่สามารถใช้งานได้ เช่น เมื่อนำไปผลิตเป็นยางล้ออาจทำให้ยางระเบิดได้ ปัญหาการปลอมปนยางตายดังกล่าวจะทำลายภาพลักษณ์และชื่อเสียงยางแท่งของไทยอย่างรุนแรง อาจทำให้ประเทศคู่ค้าขาดความเชื่อมั่นในคุณภาพ ซึ่งจะกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนในที่สุด
“กรมวิชาการเกษตรยังเป็นห่วงสวนยางพาราในโครงการยาง 1 ล้านไร่ ทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ ที่ปลูกยางในช่วงปีแรกของโครงการหรือปลูกเมื่อปี 2547 ซึ่งจะเริ่มให้ผลผลิตและสามารถเปิดกรีดยางได้ในปี 2554 แต่ราคายางที่จูงใจอาจทำให้เกษตรกรเร่งเปิดกรีดยางเร็วขึ้นกว่ากำหนด โดยไม่คำนึงถึงหลักวิชาการ ซึ่งจะสร้างความเสียหายในระยะยาวได้” รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว



