ไลฟ์สไตล์

ห่วงเด็กไทยเรียนนอกไม่ได้ภาษาเหตุอาศัยอยู่ในชุมชนไทย

ห่วงเด็กไทยเรียนนอกไม่ได้ภาษาเหตุอาศัยอยู่ในชุมชนไทย

23 มี.ค. 2552

กงสุลใหญ่ณ นครซิดนีย์ชี้เด็กไทยเรียนป.ตรี-โทออสเตรเลีย ไม่ได้ทักษะภาษาอังกฤษติดตัวกลับบ้าน เหตุอาศัยอยู่ในชุมชนไทยแถมทำงานร้านอาหารไทย-นวดแผนไทย แนะไปเรียนแล้วนอกต้องได้ทักษะภาษาอังกฤษติดตัว

นายเกียรติคุณ   ชาติประเสริฐ   กงสุลใหญ่   ณ  นครซิดนีย์  ประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคนไทยมาเรียนภาษาเรียนภาคฤดูร้อน หลักสูตรระยะสั้น   ปริญญาตรี   โทและเอกที่ประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งสิ้นประมาณ  7-8  พันคน  อยู่ในนครซิดนีย์ประมาณ   5   พันคนโดยมาเรียนต่อระดับปริญญาโทมากที่สุด   ส่วนใหญ่นิยมเรียนด้านสังคมศาสตร์เช่น บริหารธุรกิจ บัญชี  รัฐศาสตร์   นิติศาสตร์  แม้ว่าปีนี้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ  แต่จากการที่ได้พูดคุยเอเย่นต์พบว่าคนไทยที่มาเรียนต่อในออสเตรเลียก็ไม่ได้ลดลงจากจำนวนที่มีอยู่

คนไทยนิยมเรียนออสเตรเลียเพราะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษาได้มาตรฐานโลก  ค่าเล่าเรียนถูกกว่าอเมริกาและยุโรป  รัฐบาลออสเตรเลียอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติทำงานได้สัปดาห์ละ   20  ชั่วโมง คนไทยที่มาเรียนในนครซิดนีย์  90%  ทำงานร้านอาหารไทยซึ่งที่มีประมาณ   700  แห่ง   และทำงานร้านนวดแผนซึ่งมี ประมาณ  100  แห่ง นายเกียรติคุณกล่าว

สำหรับคนที่ต้องการทำงานจนสามารถยื่นขอสัญชาติออสเตรเลียได้ จะต้องเรียนต่อปริญญาตรี หรือ ปริญญาโทสาขาที่ออสเตรเลียขาดแคลนเช่น   ผู้เชี่ยวชาญด้านทำอาหาร  ช่างทำผม  ช่างด้านต่างๆ รวมทั้งต้องสอบผ่านการวัดทักษะภาษาอังกฤษหรือไอเอลได้ระดับ  6-7 และสอบผ่านมาตรฐานวิชาชีพสาขาที่เรียนจบในออสเตรเลีย  จึงจะทำงานและอยู่ในออสเตรเลียได้  

แต่จากประสบการณ์พบว่าเด็กไทยที่มาเรียนต่อปริญญาตรีหรือ ปริญญาโท จะได้แต่ความรู้ทางวิชาการและใบปริญญากลับไปประเทศไทย  แต่ไม่ได้ทักษะภาษาอังกฤษกลับไปด้วย  เนื่องจากส่วนใหญ่จะมาเรียนต่อในนครซิดนีย์  ซึ่งมีคนไทยอาศัยอยู่ในเมืองนี้มากที่สุด ประมาณ 3  หมื่นคนจากคนไทยทั้งหมดที่อยู่ในออสเตรเลีย   6-7  หมื่นคน  และทำงานอยู่ในร้านอาหารไทยที่มีคนไทยมากกว่าชาวออสเตรเลีย   ทำให้ไม่ได้พัฒนาความรู้และทักษะภาษาอังกฤษ  

ขอฝากถึงเด็กไทยว่าเมื่อตั้งใจไปเรียนต่อปริญญาตรีหรือปริญญาโทในต่างประเทศเช่น ออสเตรเลีย ไม่ควรให้เสียโอกาสด้านการพัฒนาความรู้และทักษะด้านภาษาอังกฤษแล้วได้แต่ความรู้วิชาการและใบปริญญากลับไปเมืองไทยเท่านั้น  แต่ควรจะได้ทักษะด้านภาษาอังกฤษกลับไปด้วย นายเกียรติคุณ กล่าว