
มาร์คจี้วธ.สางปัญหาขัดแย้งอยุธยามรดกโลกด่วน
มาร์ค จี้วธ.สางปัญหาขัดแย้งอยุธยามรดกโลกด่วน นิพิฏฐ์ ฟุ้งปัญหาอยุธยาต้องจบปลายปี 53 ก่อนรายงานคกก.มรดกโลก ถกเทศบาลฯจนยอมถอยโครงการกระทบมรดกโลก ย้ำเกิดปัญหาซ้ำจะแก้ด้วยตัวเอง
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าได้รับรายงานว่าขณะนี้ได้มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า หาบเร่ แผงลอย จำนวน 300 ร้านค้า บริเวณข้างวิหารพระมงคลบพิตรเข้ามายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับพื้นที่การค้าขาย เนื่องจากมีการปิดรั้วกั้นนบริเวณทางเดินโดยไม่มีทางออกไปสู่วิหารพระมงคลบพิตร
ซึ่งในเรื่องนี้ได้รายงานการแก้ปัญหาอุทยานประวัติศาสตร์ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบแล้ว และได้สั่งการให้วธ.ดำเนินการเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่งต่อจากนี้ไป วธ.จะต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงและแก้ปัญหาร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2553 อย่างแน่นอน เพื่อให้ทันรายงานต่อคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนก.ค. 2554
นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนปัญหาการปิดกั้นทางของพ่อค้า แม่ค้าจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนว่า กระทบต่อแผนการพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาหรือไม่ หากไม่กระทบก็จะผ่อนปรนเปิดทางให้แก่ผู้ค้า ขณะเดียวกันได้หารือว่าที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา เป็นการส่วนตัวแล้ว เกี่ยวกับการปรับภูมิทัศน์โดยรอบอุทยานฯว่า ไม่ควรที่จะดำเนินการให้กระทบต่อการเป็นมรดกโลก ซึ่งนายกเทศมนตรีฯได้ยอมถอดโครงการต่างๆไปบ้างแล้ว เช่น การขยายถนน 4 ช่องจราจรทับคูเมืองโบราณ เป็นต้น
“เราได้กำลังเตรียมพื้นที่ย้ายผู้ค้าไปอยู่ในที่ที่เหมาะสมจำนวน 300 ร้านค้า แต่ทั้งนี้มีผู้ค้าข้างนอก หาบเร่ แผงลอยที่เป็นปัญหาอีก 70 ราย ผมจะต้องหารือกับทุกฝ่ายเพื่อหาพื้นที่ให้แก่พวกเขา หากไม่ได้จริงๆ ก็จะต้องไปแทรกกับผู้ค้าใน 300 ร้านค้าไปก่อน อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำกับทุกฝ่ายเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นที่อยุธยาอีกทุกฝ่ายตกลงกันไม่ได้ ผมจะลงไปเป็นประธานการประชุมรับฟังปัญหาด้วยตัวของผมเอง” รมว.วัฒนธรรม กล่าว



