ไลฟ์สไตล์

ประกันสังคมเงินหมด

ประกันสังคมเงินหมด

23 มิ.ย. 2553

ตามที่รัฐบาลประกาศให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิ์กู้ซื้อบ้านในอัตรา 2.5% ผมใช้สิทธิ์รีไฟแนนซ์ โดยติดต่อกับธนาคาร และธนาคารได้แจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อให้แล้ว พร้อมนัดทำสัญญาโอนเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา

 ก่อนวันโอนเพียง 1 วัน คือ ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ มีหนังสือแจ้งว่า ทางประกันสังคมมีหนังสือแจ้งมายังธนาคารว่างบประมาณหมดแล้ว ไม่สามารถให้กู้เงินได้ ผมงงมาก ถ้าหมดงบก็ต้องแจ้งผลมาตั้งแต่แรก และไม่ควรแจ้งผลการพิจารณาให้ผ่านสินเชื่อ เหมือนหลอกให้ลูกค้าดีใจเล่น
 ที่สำคัญกว่านั้น ผมทำเรื่องไถ่ถอนจำนองกับอีกธนาคารหนึ่งไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมนัดกันในวันที่ 17 มิถุนายน หากไม่ไปตามนัดจะเสียค่าธรรมเนียมในการนัด และค่าธรรมเนียมในการทำนิติกรรม ใครจะรับผิดชอบครับ
 เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย เสียความรู้สึก และความไว้วางใจครับ ตกลงเรื่องนี้ธนาคารเกิดปัญหาภายใน หรือประกันสัมคมงบหมดกันแน่ครับ
ประเสริฐ
ตอบ
 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อผู้บริโภค ธนาคารแห่งหนึ่ง ชี้แจงว่า โครงการสวัสดิการบ้านของประกันสังคม ตามนโยบายต้องการ "ให้ผู้ประกันตนรายใหม่มีบ้าน" แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้าโครงการนี้จะขอรีไฟแนนซ์มากกว่าขอสินเชื่อใหม่ เพราะดอกเบี้ยถูก ผู้ประกันตนส่วนใหญ่ที่มีความต้องการจะรีไฟแนนซ์และกลัวเสียสิทธิ์ ก็จะรีบไปยื่นเรื่องขอสินเชื่อกับหลายธนาคารเป็นการดำเนินการซ้ำซ้อน จึงทำให้ตรวจสอบและจัดสรรยาก
 ที่สำคัญ ธนาคารมีหน้าที่ตรวจสอบสินเชื่อให้แก่ลูกค้าเท่านั้น ไม่ได้รับผิดชอบในส่วนของการควบคุมเงินงบประมาณการปล่อยสินเชื่อของสำนักงานประกันสังคม แต่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าให้ตรงตามเงื่อนไข จากนั้นธนาคารก็จะแจ้งผลให้ประกันคมทราบ เพื่อโอนเงินให้แก่ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้า 
 กรณีนี้ลูกค้าขอสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์บ้าน แต่วงเงินประกันสังคมในส่วนของรีไฟแนนซ์เต็มวงเงินแล้ว ธนาคารจึงต้องทำหนังสือแจ้งให้ลูกค้าทราบ ภายหลังจากที่ได้แจ้งออนุมัติสินเชื่อ และนัดทำสัญญา แต่ขณะนี้ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้า และนัดให้เข้ามาทำสัญญาอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนที่ลูกแจ้งมา เพิ่มเติมแต่อย่างใด
 ด้าน ฝ่ายส่งเสริมสวัสดิการผู้ประกันตน สำนักงานเลขานุการกรม สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ชี้แจงว่า งบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับโครงการนี้จำนวน 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสำหรับซื้อบ้านใหม่ 7,000 ล้านบาท ในส่วนต่อเติมและรีไฟแนนซ์ 3,000 ล้านบาท ผู้ประกันตนขอรีไฟแนนซ์เยอะมาก แต่งบประมาณที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอ หากเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ประกันตนที่มีอยู่กว่า 10 ล้านคน จึงทำให้ทั่วถึงไม่ได้ และยังไม่มีนโยบายเพิ่มวงเงิน
 การนำเงินกองทุนประกันสังคมมาสนับสนุนให้กับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 8 ธนาคาร ในการอนุมัติสินเชื่อจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และดุลพินิจของธนาคาร ประกันสังคมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบกับภาระเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นภายในอนาคต ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อกองทุนประกันสังคมแต่อย่างใด 
ลุงแจ่ม