ไลฟ์สไตล์

"มาร์ค"ลั่นรัฐพร้อมลงทุนปั้นนักวิทยาศาสตร์

"มาร์ค"ลั่นรัฐพร้อมลงทุนปั้นนักวิทยาศาสตร์

21 มิ.ย. 2553

นายก"อภิสิทธฺ์” อวยตัวแทนนร.ไทยแข่งคณิตโอลิมปิคให้ประสบความสำเร็จ ประกาศรบ.พร้อมทุ่มลงทุนปั้นนักวิทยาศาสตร์ รับอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถือเป็นเรื่องที่จำเป็น แถมชื่นชมรร.มหิดลวัฒนานุสรณ์ที่สามารถพัฒนาตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

(21มิ.ย.) เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทคณะผู้แทนไทยที่จะเดินทางไปแข่งคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศที่เดินทางมาเข้าเยี่ยมคารวะที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลว่า ขอแสดงความยินดีและชื่นชมทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนของประเทศไทย ถือว่าได้รับการคัดเลือก หลังจากที่มีผู้ที่ได้สนใจมาเป็นผู้แทนของประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นในเรื่องของความรู้ความสามารถที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย ทั้งนี้ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่เราได้มีการส่งคณะผู้แทนไปแข่งขัน จะเห็นได้ว่าเยาวชนของไทยสามารถไปสร้างชื่อเสียงโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับรางวัลมาแล้วถึง 360 รางวัล เป็น เหรียญทองกว่า 60 รางวัล เป็นการยืนยันว่าความสามารถความรู้ของคนไทยไม่ด้อยไปกว่าชาติอื่นๆของโลก

 นายกฯ กล่าวอีกว่า หลายคนได้ประสบความสำเร็จจากโครงการนี้ก็ได้รับโอกาสในเรื่องของทุนการศึกษาและออกมาเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญต่อวงการวิชาการและเรื่องของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาที่จะทำให้บ้านเมืองของเรานั้นมีความก้าวหน้าและมีความยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานทุนการศึกษาว่าทุนการศึกษาโอลิมปิกวิชาการสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งก็เป็นสิริมงคลและเสริมสร้างสร้างกำลังใจให้คณะผู้แทนไทยที่รับทุนด้วย

 นายกฯ กล่าวอีกว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการแข่งขันครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อเดินทางกลับมาจะได้เก็บเกี่ยวเอาความรู้ประสบการณ์ที่ได้รับ มาถ่ายทอดให้กับเพื่อนๆ รุ่นน้อง และเป็นแบบอย่างในการศึกษาเล่าเรียนกับเพื่อนนักเรียนทั่วประเทศไทย ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ พัฒนาตนเองเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในสังคมต่อไปในอนาคต ตนถือโอกาสนี้เรียนว่าเรื่องของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยียังเป็นจุดหนึ่ง ซึ่งในบ้านเมืองของเราจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาอีกมากปัญหาในเรื่องของขีด ความสามารถทางการแข่งขันของประเทศเรา ในเรื่องนี้ยังถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนจุดหนึ่งของประเทศ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากทุกฝ่าย

 “ ความจริงแล้วถ้าพูดถึงในระดับของบุคลากรที่มีความสามารถสูงในประเทศ เราคงจะไม่ด้อยไปกว่าประเทศอื่น แต่หัวใจสำคัญของการที่จะทำให้เรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาส่งเสริมการพัฒนาได้อย่างเต็มที่ จะต้องมุ่งไปที่คนที่มีความสามารถที่จะทำให้คนทั่วๆ มีความรู้ความเข้าใจ มีความรักในเรื่องของการคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์เป็นเหตุเป็นผลรู้จักใช้ หลักการ รู้จักแยกแยะ รู้จักคิดวิเคราะห์ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนา ไม่ใช่เฉพาะของแง่วิชาการ วิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี แต่ในแง่ของเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองโดยรวมด้วย” นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวตอนท้ายว่า รัฐบาลพยายามจะส่งเสริมสนับสนุนในเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าการที่เร่งพัฒนาคุณภาพของการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์นั้นไม่ง่าย ซึ่งจำเป็นต้องมีการลงทุนพอสมควรและจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้าทำงานทาง ด้านนี้อย่างเต็มที่ จะเห็นได้ว่าในทุกๆ ปี ตัวแทนของประเทศไทยที่เข้าร่วมการแข่งขั้นนั้น จะมาจากโรงเรียนเพียงไม่กี่โรงเรียนเท่านั้น ในปีนี้รู้สึกว่าโรงเรียนเตรียมอุดมที่เข้า­มาประมาณ 70 - 80% และตามมาด้วยโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีการพัฒนามาในช่วง 10 กว่าปี ได้ค่อนข้างรวดเร็ว ตนอยากจะเห็นโรงเรียนอื่นๆได้พัฒนาตนเองขึ้นมาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นหลังจากเราดูความสำเร็จของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ได้มีการส่งเสริม สนับสนุนในเรื่องของโรงเรียนและห้องเรียนวิทยาศาสตร์

 ซึ่งในขณะนี้จะเป็นความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการกับสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องเข้าไปดูแลในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามการลงทุนในเรื่องการเรียนการสอนในด้านวิทยาศาสตร์ จำเป็นที่จะต้องทำมากขึ้นและการส่งเสริมในด้านการวิจัยและการจูงใจให้คน เก่งๆดีใจที่จะเดินหน้าต่อไปในอนาคตที่จะทำงานทางด้านวิจัยและการศึกษาก็ยังเป็น เรื่องที่มีความท้าทางอย่างมาก แต่ว่ารัฐบาลก็พยายามที่จะส่งเสริมตรงนี้ให้ได้มากที่สุด ตนต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมทั้งผู้จัดการและหัวหน้าทีมที่จะได้ดูแลเด็กและเยาวชนที่จะเข้ามาเป็นตัว แทนของประเทศไทยและนำความสำเร็จกลับมา ซึ่งตนมั่นใจว่าปีนี้ก็จะมีความสำเร็จกลับมาให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้ชื่น ใจ แสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของเรา

 “ คงต้องย้ำว่าคณะตัวแทนไทยทุกคน ถือว่าเป็นหน้าตาของประเทศไทย ในระหว่างที่อยู่ในต่างประเทศก็ขอให้คำนึงเสมอว่าทุกอย่างที่เราทำ คนที่ได้สัมผัส คนที่ได้มองเห็น คนที่ได้รู้จักจะเข้าใจว่า นั่นคือประเทศไทย ถ้าเราไม่แสดงสิ่งใดที่สร้างความประทับใจก็จะทำให้ชาวต่างประเทศมีความ ประทับใจประเทศไทยไปในตัวด้วย ในทางตรงกันข้าม หากทำอะไรไม่ถูกต้อง ก็จะถูกเหมารวมว่านี่คือคนไทยหรือ ขอให้ทุกคนทำตัวเป็นทูตทางวิชาการและเป็นทูตในลักษณะที่เป็นหน้าเป็นตาที่จะ สร้างความประทับใจให้กับชาวโลก ท้ายที่สุดขออวยพรให้คณะอาจารย์ เยาวชนและเจ้าหน้าที่ที่เดินทางไปร่วมการแข่งขัน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการ ประสบความสำเร็จทุกคน” นายกฯ กล่าว