ไลฟ์สไตล์

คุณค่าผลไม้ไทย (2)

คุณค่าผลไม้ไทย (2)

21 มิ.ย. 2553

ความที่ผลไม้ไทยมีความหลากหลาย และหมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดทั้งปี จึงมีให้เลือกได้มาก ทำให้ดูเหมือนว่าเราไม่ขาดแคลนผลไม้และไม่ได้มีความโหยหาผลไม้มารับประทาน และมองว่าผลไม้ไทยเป็นของธรรมดาทั่วๆ ไปที่หาได้ง่าย

 ดังนั้นการกระตุ้นให้มีการบริโภคผลไม้ไทยให้มากขึ้น จึงไม่ค่อยได้ผล แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่กำลังอยู่ในกระแสความนิยมก็คือเรื่องของสุขภาพ เพราะว่าปัจจุบันคนไทยและต่างชาติเริ่มเห็นความสำคัญของการรักษาสุขภาพกันมากขึ้น และก็ทราบกันทั่วไปว่าการบริโภคผลไม้เป็นประโยชน์และมีผลดี เพียงแต่ว่าผลไม้ไทยส่วนใหญ่มีรสหวานมาก จึงกลายเป็นสิ่งที่หลายคนกลัวในเรื่องผลเสียเข้ามาแทน ดังนั้นหากเราสามารถชี้ให้เห็นจุดเด่นของผลไม้ไทยว่ามีคุณค่าอย่างไรบ้าง ก็อาจช่วยให้เกิดความเข้าใจและอาจมีส่วนกระตุ้นการบริโภคได้มากขึ้น

 สกว.ได้ทำโครงการใหญ่ขึ้นมาโครงการหนึ่ง เพื่อพยายามหาจุดเด่นของผลไม้ไทย โดยให้มีการศึกษาในผลไม้ 18 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน สับปะรด กล้วย ลำไย มะเฟือง ฝรั่ง ส้มโอ มะม่วง ลิ้นจี่ ชมพู่ เงาะ มะละกอ ทับทิม มังคุด เป็นต้น โดยมีนักวิจัยทั้งหมด 107 คน จาก 16 สถาบันการศึกษา และมี ศ.ดร.นันทวัน บุณยะประภัศร จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ประสานงานโครงการ ซึ่งโครงการดังกล่าวพยายามหาข้อมูลด้านสารสำคัญที่มีในผลไม้ชนิดต่างๆ ที่มีผลดีต่อสุขภาพ จะได้ใช้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการส่งเสริมให้มีการบริโภคผลไม้ไทยให้มากขึ้น ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล อย่างเช่นมีการวิเคราะห์สารพวกไฟเบอร์ เอนไซม์ต่างๆ สารที่เป็นประโยชน์อื่นๆ และยังศึกษาฤทธิ์ต่างๆ เช่นเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระ ผลต่อหลอดเลือด การลดคอเลสเตอรอล ชะลอการแก่ เพิ่มความจำ เป็นต้น

 ยกตัวอย่างผลงานวิจัยเกี่ยวกับมังคุดซึ่งตอนนี้กำลังมีอยู่เต็มตลาดเมืองไทย พบว่าหากกินมังคุด 4 ผล จะได้ประโยชน์จากสารต่างๆ ที่มีผลดีต่อสุขภาพมากกว่า 10 ชนิด ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารยับยั้งอนุมูลอิสระ ผลก็คือช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องระบบไหลเวียนของโลหิตอุดตัน หรือลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ ซึ่งนักวิจัยมีการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระทั้งในหลอดทดลอง และในตัวสัตว์ทดลอง พบว่าได้ผลดี และสามารถลดคอเลสเตอรอลได้ ปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพจากมังคุดออกมาขายกันมากขึ้น และส่วนใหญ่ก็มักจะมีเปลือกมังคุดผสมอยู่ด้วย เพราะว่าส่วนของเปลือกมังคุดก็มีสารที่เรียกว่าแมงโกสติน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ แก้ปวด ป้องกันตับ เป็นต้น ดังนั้นจึงพบว่าในบรรดาเครื่องดื่มจากมังคุดมักจะมีการใส่สารสกัดจากเปลือกของมังคุดลงไปด้วย

 ในช่วงใกล้กันนี้ก็มีเงาะในตลาดอยู่มาก หากใครบริโภคเงาะ 5 ผล จะได้สารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ประมาณ 4 อย่าง รวมทั้งใยอาหารในปริมาณสูงพอควร ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่สารเหล่านี้จะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ และยังมีวิตามินซีสูง ซึ่งช่วยในเรื่องลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน และมะเร็ง

 ส่วนลิ้นจี่ซึ่งเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงนี้ก็มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์หลายชนิดคล้ายกับเงาะ คือมีผลต่อการต้านการอักเสบและอาจมีผลป้องกันมะเร็งได้บ้าง และยังมีวิตามินซีและแร่ธาตุต่างๆ ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่สำคัญคือในน้ำลิ้นจี่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงมากถึงร้อยละ 75-90 คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อเกี่ยวกับผลไม้หลักอย่างเช่นทุเรียนและมะม่วง ว่ามีอะไรดีในนั้นบ้างครับ!
      
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ
[email protected]