
ประท้วงปิดบาร์อินโดนีเซียใช้พระพุทธรูปตกแต่งร้าน
นักเคลื่อนไหวชาวพุทธประท้วงเรียกร้องให้ปิดบาร์ที่ตกแต่งด้วยพระพุทธรูปในอินโดนีเซีย
บุดด้า บาร์ ในอินโดเซีย ที่ผู้สร้างอ้างว่า มีเจตนาจะสร้างมาตรฐานใหม่ของความทันสมัยของบรรดาลูกคนมีฐานะในอินโดนีเซีย และเป็นแห่งแรกในเอเชีย ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งทั้งเรื่อง
ศาสนาและข้อกล่าวหาเรื่องการคอรัปชั่น โดยอาคารขนาดใหญ่ที่สร้างตั้งแต่สมัยที่อินโดนีเซีย ยังเป็นอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงจาการ์ต้า และได้รับการตกแต่งให้เป็นทั้งบาร์ร้านอาหารไปในตัว และที่สำคัญคือ มีการนำพระพุทธรูปขนาดใหญ่ไปประดิษฐานอยู่ภายในด้วย ส่งผลให้เกิดเสียงเรียกร้องให้ปิด หลังเปิดให้บริการอย่างยิ่งใหญ่ไม่ถึง 3 เดือน
นับตั้งแต่เปิดให้บริการ ได้มีการประท้วงเกือบทุกสัปดาห์จากชาวพุทธที่ไม่พอใจ ซึ่งบาร์แห่งนี้มีเจ้าของแฟรนไชด์อยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทนายความเพื่อกลุ่มชาวพุทธ แอนไท-บุดด้า บาร์ ฟอรั่ม ได้แจ้งความต่อตำรวจ กล่าวหาว่าเจ้าของธุรกิจกกำลังลบหลู่ศาสนาพุทธ โดยให้เหตุผลว่า สำหรับพวกเขา พระพุทธรูป คือสิ่งสักการะบูชา แต่เจ้าของธุรกิจกลับมองว่า เป็นเพียงเครื่องตกแต่ง และที่รับไม่ได้คือ การนำพระพุทธรูปไปตั้งในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม
บาร์ตกแต่งด้วยพระพุทธรูปแห่งนี้ ตกแต่งในลักษณะให้เต็มไปด้วยภาพของพระพุทธเจ้า จ้องมาจากผนังทุกด้าน และมีพระพุทธรูปปางสมาธิสีทอง ความสูงขนาด 5 เมตร ที่ปกติแล้วจะเห็นแต่ในวัด มาประดับตรงบริเวณที่ตั้งโต๊ะดินเนอร์ด้วย ผู้ประท้วงกล่าวว่า ร้านในลักษณะนี้ ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดแฟรนชายด์ ในมาเลเซีย สิงคโปร์ หรือไทย แต่รัฐบาลอินโดนีเซียกลับยอมให้เปิดโดยไม่รู้สึกอะไรเลย
นอกจากการต่อต้านจากชาวพุทธแล้ว บาร์แห่งนี้ยังถูกร้องเรียนจากนักเคลื่อนไหวต่อต้านการคอรัปชั่น ที่ต้องการให้ตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและการใช้อำนาจโดยมิชอบ โดย
มีการต้องสงสัยว่า จะมีการเอาเงินสาธารณะหลายล้านดอลล่าร์ มาใช้ในการบูรณะตัวอาคารใหม่ ก่อนที่สภาเมืองจะเสนอให้เช่าในเชิงพาณิชย์
บาร์แห่งนี้ มีเจ้าของร่วมคือ บุตรสาวผู้มั่งคั่งของอดีตประธานาธิบดีเมกาวาตี ซูการ์โน่บุตรีและนายซูติโยโน่ อดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ต้า ที่เป็นคนออกคำสั่งให้บูรณะอาคารแห่งนี้ใหม่
ก่อนจะถูกแปลงสภาพเป็นบาร์



