ไลฟ์สไตล์

วอลโว่S60ใหม่ท้าพิสูจน์รถไม่ชนคนคันแรกของโลก

วอลโว่S60ใหม่ท้าพิสูจน์รถไม่ชนคนคันแรกของโลก

20 มิ.ย. 2553

หลังจากปล่อยข้อมูลด้านตัวรถมาเป็นระยะๆ ล่าสุด "วอลโว่ new S60 " ได้เปิดให้คณะสื่อมวลชนไทยเดินทางไปสัมผัสของจริง โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมความปลอดภัยใหม่ล่าสุด เมื่อวันที่ 8-12 มิถุนายนที่ผ่านมา "คุณตุ้ม" ฉันทนา วัฒนารมย์

ประธานบริหารบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นหัวหน้าทีม นำคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย เดินทางไปทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่ วอลโว่ S60 ไกลถึงประเทศโปรตุเกส โดยเป็นการเดินทางไปสมทบกับคณะสื่อมวลชนจากหลายประเทศทั่วโลก รวมกว่า 40 ชีวิต

  วอลโว่ รถที่ได้ชื่อว่า ปลอดภัยที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลกถือเป็นดีเอ็นเอของรถ ซึ่งเราจะพบเห็นนวัตกรรมใหม่ในทุกรุ่นที่พัฒนาเช่นก่อน ก่อนที่จะไปดูเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ลองดูหน้าตาของ S60 ใหม่   มองจากด้านนอก วอลโว่ S60 ถูกดีไซน์ด้วยการลบเหลี่ยมมุมต่างๆ จนทำให้กลายเป็นรถสปอร์ต มีความโค้งเว้า ปราดเปรียว เหมาะกับวัยเริ่มต้นทำงานและวัยที่เริ่มต้นการมีครอบครัว รูปแบบที่พัฒนาใหม่นี้ แสดงให้เห็นถึงการรีเอจ ของวอลโว่ชัดเจนจากเดิม รถที่ออกมามุ่งไปที่ ผู้บริหาร หรือผู้สูงวัย

 ภายในรถเมื่อเปิดประตูเข้าไปจะสัมผัสถึงความหรูหรา โอ่อ่า เริ่มจากเบาะหนังสีทูโทน โดยเบาะด้านหน้ามีแผงนูนรับสีข้าง และเมื่อทดลองนั่งดูก็พบว่า รถถูกออกแบบให้คนขับนั่งได้สะดวกสบาย มีพื้นที่เข่าเหลือๆ

 วอลโว่ยังเพิ่มช่องแอร์ด้านหลังสำหรับผู้โดยสารไว้ด้วย ขณะที่คอนโซลกลางด้านหน้าจะเอียงไปทางด้านคนขับเพื่อให้สามารถควบคุมได้เต็มที่ ส่วนเบาะหลังก็นั่ง 3 คนได้สบายๆ

 ในส่วนของเครื่องยนต์นั้น วอลโว่มีเครื่องยนต์เบนซินใหม่แบบ 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ ไดเร็กอินเจคชั่น  2.0 GTDi เป็นแบบ 4 สูบ ที่แรงพอๆ กับ 5 สูบ แต่ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่า และรถรุ่น D5 ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 5 สูบซึ่งมีขนาดเล็กลง

 นวัตกรรมในวอลโว่ S60 มีให้มากมายหลายอย่าง ทั้งเรื่องความสะดวกสบายและความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบ Adaptive Cruise Control ที่รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้คงที่โดยอัตโนมัติ จะทำงานเมื่อความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม.ไปจนรถหยุดนิ่ง, ระบบ Corner Traction Control ที่ใช้ทอล์กเวคเตอริ่งในการควบคุมให้เข้าโค้งได้นุ่มนวลและมั่นคง

 นอกจากนี้รถยังติดตั้งเซ็นเซอร์ช่วยจอด กล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้คนขับได้เห็นทุกมุม เพื่อความปลอดภัยในการขับรถ หน้าจอสีที่ติดตั้งอยู่ด้านบนของคอนโซลกลางด้านหน้า แสดงข้อมูลทุกอย่างรวมถึงข้อมูลความบันเทิงภายในรถ ปุ่มบนพวงมาลัยสำหรับควบคุมการทำงานของระบบเครื่องเสียงและอื่นๆ

 ระบบเครื่องเสียงภายในรถมีการปรับปรุงคุณภาพ โดยใช้เทคโนโลยีกำจัดเสียงเพี้ยน ให้คุณภาพเสียงใส ชัดเจนและมีซาวนด์สเตจ ปรับปรุงใหม่

 สิ่งที่ถือเป็น "พระเอก" ของวอลโว่ S60 ตัวนี้ คือนวัตกรรมป้องกันการชนคนเดินเท้า หรือ Pedestrian Detection ที่ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ไม่ได้เพียงปกป้องคนในรถเท่านั้น แต่วอลโว่ยังดูแลคนใช้ถนนด้วย

 การทดสอบครั้งนี้มีขึ้น โดยทีมงานวอลโว่ จัดให้สื่อมวลชนนั่งในรถยนต์วอลโว่ S60 และเพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตตามสโลแกน Volvo for life ทีมงานได้นำหุ่นเด็กชายวัยประมาณ 7-8 ขวบ ไปตั้งอยู่กลางถนน จากนั้นคณะทดสอบได้เพิ่มความเร็วรถจากศูนย์ขึ้นไปจนถึงระดับไม่เกิน 35 กม./ชม. ระหว่างนั้น ดิฉันเริ่มนึกหวาดเสียวในใจ "เอาล่ะ ชนไม่ชน หยุดไม่หยุด" ขณะที่สายตาก็จับนิ่งไปที่เป้าหมายหุ่นเด็กชายคนนั้น และเมื่อเหลือระยะอีกเพียงประมาณ 1 เมตรจะถึงตัวหุ่น รถยนต์คันนี้ก็เบรกตัวมันเองโดยอัตโนมัติ ทำเอาหัวทิ่มทั้งรถไปตามกัน

 จากนั้นจึงเป็นการทดสอบครั้งที่สอง โดยเริ่มต้นแบบเดิม ครั้งนี้เราเริ่มจับตาที่เท้าของคนขับ เมื่อความเร็วไปถึงประมาณ 25-30 กม./ชม. เจ้าหน้าที่ของวอลโว่ ก็ปล่อยเท้าออกจากคันเร่ง ให้เราดูว่า ไม่ได้มีการทำอะไรกับคันเร่งและระบบเบรกเลยจริงๆ

 และอีกครั้งที่รถเบรกตัวเองโดยอัตโนมัติ เมื่อใกล้จะถึงหุ่นเด็กชาย โดยที่คนขับไม่ต้องแตะเบรกซ้ำ ทำเอาเราถึงกับร้องว้าว และคิดอยู่ในใจว่า "เออ ของเขาเจ๋งจริงๆ"

 สามารถบอกได้ว่า นี่คือรถยนต์อัจฉริยะรุ่นแรก ที่สามารถเบรกตัวเองได้อัตโนมัติก่อนชนคนเดินเท้า

 จากการสอบถามทีมงานออกแบบของวอลโว่ ทำให้ทราบว่า เรดาร์ด้านหน้ารถจะจับภาพคน จากช่วงศีรษะมาถึงไหล่และลำตัว จากนั้นมันจะส่งข้อมูลไปยังสมองกล เพื่อกำหนดให้รู้ว่าเป็น "มนุษย์" และหากยังไม่มีการเหยียบเบรกเกิดขึ้น สมองกลจะเริ่มทำงานโดยสั่งให้ระบบเบรกทำงานโดยอัตโนมัติ

 แต่ขอย้ำว่า ต้องเป็นที่ระดับความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชม. และต้องเป็นมนุษย์ที่มีความสูงเกิน 80 เซนติเมตรขึ้นไปเท่านั้น ถ้าคุณใช้ความเร็วเกินกว่านี้หรือมีความสูงน้อยกว่านี้ คงต้องบอกว่า "ตัวใครตัวมัน"

 สำหรับแผนการเปิดตัววอลโว่ S60 ในประเทศไทยนั้น วอลโว่จะมีการนำเข้ารถยนต์รุ่นนี้ มาจำหน่ายในช่วงปลายปี 2553 นี้ ขณะที่ราคายังไม่มีการกำหนด แต่เบื้องต้นถ้าคำนวณจากระบบภาษีของไทยแล้ว คาดว่าน่าจะอยู่ที่ 2 ล้านปลายๆ ถึง 3 ล้านบาท

 วอลโว่ดูแลเพิ่มความปลอดภัยให้ขนาดนี้ อยู่ที่คุณผู้อ่านแล้วว่า ต้องการรถเพื่อความปลอดภัยอย่างแท้จริงหรือไม่