
อธ.เกษมบัณฑิตแจงลูกศิษย์ถูกทำร้ายเหตุช่วยเพื่อน
"ไชยยศ"สั่งเลขาธิการกกอ.ประสานม.เกษมบัณฑิตคุมเข้มรับน้องเน้นสร้างความปรองดอง-สมานฉันท์ภายในสถาบัน ชี้คดีความว่าไปตามกฎหมาย สกอ.ประชุมผู้บริหารสัปดาห์หน้าวางมาตรการป้องกันรับน้องรุนแรง จี้มหาวิทยาลัยเฝ้าระวัง คณบดีคณะวิศวะสจล.แนะปรับค่านิยมรับน้องให้นิ่
(18มิ.ย.) จากกรณีที่นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ก่อเหตุตะลุมบอนกันในวันรับน้องส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงและแทง จำนวน 2 รายนั้น นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงเหตุการณ์รับน้องมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตที่มีการยกพวกทำร้ายร่างกายกันจนมีนักศึกษาบาดเจ็บ 2 ราย ว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้วจึงได้มอบหมายให้ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ประสานไปยังผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ขอให้ไปพูดคุยกับนักศึกษาเพื่อทำความในเรื่องการจัดกิจกรรมรับน้องที่ควรเน้นสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ภายในสถาบันอุดมศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาแต่ละคณะ/สาขาวิชา เข้าไปดูแลและสร้างความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการรับน้อง
รมช.ศธ. กล่าวอีกว่า ส่วนคดีความก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ในส่วนของสถานศึกษาเองตนก็มอบนโยบายไปว่า หากจะมีการลงโทษนั้นขอให้ดำเนินการโดยคำนึงถึงอนาคตของนักศึกษาด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ความรุนแรงขยายวงกว้างขึ้น ขอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยพิจารณามาตรการต่างๆ อาทิ ยุติกิจกรรมการรับน้องในคณะ/สาขาวิชาที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการปะทะกันขึ้นอีก สำหรับคณะ/สาขาวิชาอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องก็สามารถดำเนินกิจกรรมรับน้องต่อไปได้เพื่อไม่ให้กระทบกับกิจกรรมที่สร้างสรรค์ของนักศึกษาโดยรวม
“ผมไม่อยากให้การกระทำของคนกลุ่มเล็กไปกระทบกับทั้งหมดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ที่เมื่อคณะหนึ่งมีปัญหาในเรื่องการรับน้องรุนแรงก็สั่งยุติกิจกรรมรับน้องทั้งหมด ส่วนจะมีมาตรการลงโทษผู้บริหารสถานศึกษา ที่ยังปล่อยให้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในการรับน้องหรือไม่นั้น คงต้องพิจารณากันเป็นรายกรณีไป แต่หากฝ่ายบริหารพยายามป้องกันอย่างเต็มที่แล้วแต่ยังเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ขึ้น คงโทษผู้บริหารไม่ได้” นายไชยยศ กล่าว
ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)กล่าวว่าตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมรับน้อง เพราะเท่าที่ทราบน่าจะเป็นปัญหาส่วนตัวของนักศึกษาเอง ในส่วนของผู้บริหารคงต้องมีการสอบสวน หาข้อเท็จจริง แต่ตนยังไม่ปักใจเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นความละเลยของผู้บริหาร อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้า ตนจะเรียกประชุมผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)หารือร่วมกันว่าต้องมีการเพิ่มเติมมาตรการป้องกันการรับน้องรุนแรงหรือไม่ และคงต้องกำชับไปยังมหาวิทยาลัยให้เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
รศ.ดร.กอบชัย เดชหาญ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)กล่าวว่า ตนเองคิดว่าควรมีการปรับค่านิยมในการรับน้องให้มีความนิ่มนวลมากขึ้น เพราะนักศึกษาบางคนมาจากครอบครัวที่พ่อแม่ยังไม่เคยว่ากล่าวรุนแรงแต่ใช้วิธีคุยกับลูกดี ๆ ทำให้เกิดความเคารพ เชื่อฟัง ดังนั้นจึงคิดว่าการรับน้องเองก็ควรจะปรับตัว ไม่ใช่รุ่นพี่ใช้วิธีการตะคอก หรือดุด่ารุ่นน้องเพื่อให้เชื่อฟังเหมือนระบบโซตัสสมัยก่อน
“ที่บอกแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าระบบโซตัสเป็นระบบที่ไม่ดี เพียงแต่เห็นว่าควรมีการปรับปรุงรูปแบบให้มีความนุ่มนวลขึ้นแต่ยังคงความแข็งแกร่งโดยใช้วิธีรุ่นพี่คุยกับรุ่นน้องด้วยเหตุผลไม่ใช่วิธีการข่มขู่ ซึ่งวิธีการแบบนั้นน่าจะหมดยุคไปได้แล้วเพราะแต่ละคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ส่วนของคณะวิศวะได้กำชับไปแล้วว่าไม่อย่าให้มีความรุนแรงในการรับน้องและหากนักศึกษาคนใดมีปัญหาสามารถมาพบตนได้ทันที แลผมให้การคุมครองนักศึกษาทันทีเพื่อให้เกิดความสบายใจ ทั้งนี้ในส่วนของสจล.จะมีการรับน้องของมหาวิทยาลัยในวันที่ 27 มิ.ย.นี้โดยในงานจะมีการอบรมจริยธรรมให้กับนักศึกษาชั้นปีที่1พร้อมกับแจกบทสวดมนต์และหนังสือวิธีใช้หนี้พ่อแม่และหน้าที่ของเด็กด้วยเพื่อให้นักศึกษาได้อ่านเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนที่ดีต่อไป”รศ.ดร.กอบชัย กล่าว
อธ.เกษมบัณฑิต"แจงลูกศิษย์ถูกทำร้ายเหตุช่วยเพื่อน
ดร.วัลลภ สุวรรณดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ชี้แจงว่า มหาวิทยาลัยได้ตอบรับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับเรื่องการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา โดยได้กำหนดเป็นนโยบายการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ ให้ควบคุมการจัดกิจกรรมรับน้องไม่ให้ใช้ความรุนแรงหรือละเมิดสิทธิในร่างกายและจิตใจของน้องใหม่ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายในทรัพย์สินหรืออาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต รวมทั้งไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ผู้บาดเจ็บเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตที่เข้าไปช่วยเหลือในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมหาวิทยาลัยจะได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป
ดร.เสนีย์ สุวรรณดี รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เผยถึงการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยว่า มหาวิทยาลัยดำเนินการออกประกาศมหาวิทยาลัย รวมทั้งแจ้งเป็นจดหมายชี้แจงไปยังผู้ปกครองนักศึกษา โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างสรรค์ อบอุ่น ประทับใจ เป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับนักศึกษา เพื่อนำสังคมไทยไปสู่ความสมานฉันท์ โดยมีการคาดโทษตามประกาศของมหาวิทยาลัยว่า หากมีสโมสรนักศึกษาส่วนกลาง หรือส่วนคณะหรือกลุ่มนักศึกษาที่ประพฤตินอกเหนือจากประกาศนี้ จะมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริง หากมีความผิดฐานละเมิดประกาศจริง มหาวิทยาลัยจะถือว่ามีความผิดร้ายแรง ถึงขั้นพักการเรียน ระงับทุนการศึกษา หรือลบชื่อออกจากมหาวิทยาลัย แต่จากการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาของการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัย



