ไลฟ์สไตล์

นักวิชาการชี้ผลประเมินครู-ผู้บริหารต่ำเพราะขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

นักวิชาการชี้ผลประเมินครู-ผู้บริหารต่ำเพราะขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

17 มิ.ย. 2553

นักวิชาการไม่แปลกใจ ผลประเมินสมรรถนะครู -ผู้บริหารต่ำ ชี้เพราะขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง แนะศธ.วางแผนพัฒนาครู-ผู้บริหารให้ชัดเจน เน้นเนื้อหาสาระควบคู่ไปกับกระบวนการถ่ายทอดให้แก่เด็กด้วย

 ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) ให้ความเห็นต่อผลการประเมินสมรรถนะครูและผู้บริหารออกมาได้ค่อนข้างต่ำว่าไม่น่าแปลกใจ เพราะเป็นการประเมินเนื้อหาวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ ในระดับมัธยมปลาย ซึ่งเป็นระดับที่เน้นเนื้อหาวิชาการ และเนื้อหาวิชาทางด้านนี้ก็เปลี่ยนแปลงเร็วอยู่แล้ว แต่การพัฒนาครูของเรายังไม่เป็นระบบที่ต่อเนื่องชัดเจนว่ากี่ปีต้องได้รับการพัฒนา 1 ครั้ง ส่วนใหญ่ครูจะพัฒนากันเองเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ

 "นอกจากนี้ครูในรุ่นที่ประเมินนี้จะเรียนหลักสูตรครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ในหลักสูตร 4 ปี ซึ่งจะเรียนเนื้อหาไม่มากเท่าหลักสูตร 5 ปี อีกทั้งเนื้อหาที่สอนกับเนื้อหาที่ประเมินก็ยังแตกต่างกัน ถึงแม้ประเมินวิชาอื่นๆ ก็จะได้คะแนนน้อยอยู่ดี" ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าว  

 ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้บริหารที่อ่อนภาษาอังกฤษและคอมพิวเตอร์ก็เป็นปัญหาร่วมกัน ของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีในบ้านเราอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นจังหวะที่ดีที่ทางกระทรวงศึกษาธิการจะได้วางแผนและวางระบบพัฒนาครูให้ชัดเจน เมื่อครูได้ทำงานมาระยะหนึ่งแล้วจะต้องเข้ารับการอบรมหรือพัฒนาเพิ่มเติมอะไรบ้าง และในการพัฒนานั้นก็จะต้องออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับงานของครูด้วย โดยจะต้องเน้นเนื้อหาสาระ ควบคู่ไปกับกระบวนการถ่ายทอดให้แก่เด็กด้วย ไม่เช่นนั้นครูก็จะเอาเนื้อหาที่เรียนมาไปบอกนักเรียนโดยตรงซึ่งจะไม่เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริงในตัวผู้เรียน

 ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า ในการที่ผู้บริหารมีสมรรถนะในด้านการเป็นผู้นำสูงนั้นก็ยังไม่สะท้อนคุณสมบัติที่ดีพอ เพราะการเป็นผู้นำมีหลากหลายมากในสภาวะปัจจุบันเราต้องการผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงหรือผู้นำเพื่อการพัฒนา ดังนั้นการพัฒนาผู้บริหารจึงต้องเน้นการบริหารเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นการคิดใหม่และมีผลงานใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในโรงเรียนให้มากขึ้น

 "ส่วนกรณีนักเรียน ร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์เผาโรงเรียน และมีผู้เสนอให้ปรับหลักสูตรนั้นไม่เห็นด้วย เพราะร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์มีจุดมุ่งหมายเฉพาะอยู่ ปัญหาใหญ่น่าจะเป็นปัญหาของสังคมมากกว่าที่พ่อแม่ต้องการให้เด็กเรียนตามที่ตัวเองอยากให้เป็น ไม่ใช่เป็นความต้องการของเด็ก และโรงเรียนควรมีระบบรู้จักเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมจะดีกว่า การศึกษาในบ้านเราชอบผลิตเสื้อโหลมากกว่าพัฒนาบุคคลอยู่แล้ว ซึ่งไม่ใช่การศึกษาที่ดี” ดร.ไพฑูรย์ กล่าว