
ย้ายมรภ.พระนครศรีอยุธยาพ้นใจกลางมรดกโลก
ย้ายมรภ.พระนครศรีอยุธยาพ้นใจกลางมรดกโลก นิพิฏฐ์ เตรียมถก 4 กลุ่มผู้ค้าอยุธยาหาทางออกพื้นที่ขายของ กรมศิลป์จับมืออปท.เตรียมแผนการย้ายระยะสั้น-ยาวแก้ปัญหา
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2553 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาว่า จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาแหล่งมรดกโลก บริเวณวัดมงคลบพิตร พระราชวังโบราณ ศาลากลางหลังเก่า ตนได้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นในอยุธยา 3 ลักษณะ คือ 1.การพัฒนาเมืองแบบสมัยใหม่ เน้นการขยายถนนทับคลองโบราณ การติดตั้งเสาไฟฟ้ารูปแบบสมัยใหม่ในพื้นที่ใจกลางมรดกโลก 2.ขาดงบประมาณบริหารจัดการ เช่น บุกรุกพื้นที่วิหารมงคลบพิตรจากหาบเร่แผงลอยที่มาจากที่อื่น และ3.การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและใช้ช่องว่างก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่รุกล้ำพื้นที่มรดกโลกไม่สอดคล้องกับสภาภูมิทัศน์ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นวธ.จะประสานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงแก้ไข โดยในเร็วๆนี้ จะจัดเวทีระดมสมองตัวแทนจาก 4 ฝ่าย ประกอบด้วย กลุ่มผู้ค้า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมศิลปากร และกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อหาทางออกโดยเร็วที่สุด
นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ปัญหากลุ่มของผู้ค้าที่มาร้องเรียนเรื่องพื้นที่การขายสินค้าโดยรอบวิหารพระมงคลบพิตร ในเบื้องต้น กรมศิลปากรได้จัดเตรียมแผนการย้ายไว้ 2 ส่วน คือ 1.แผนระยะสั้น การปรับพื้นที่บริเวณร้านค้าเรือนไทยให้เป็นตลาดน้ำ โดยให้ผู้ค้ามารวมกันบริเวณด้านหลังร้านค้าเรือนไทยให้เป็นพื้นที่ค้าขายชั่วคราว 2.แผนระยะยาว การสร้างร้านค้ารองรับบริเวณศาลากลางเก่า จำนวน 300 ร้านค้า เพื่อย้ายร้านค้าทั้งหมดมาไว้ในจุดเดียวกัน ซึ่งเป็นจุดลงรถของนักท่องเที่ยว คาดว่าจะดำเนินการเสร็จในเดือนกันยายนนี้ ส่วนผู้ค้าที่กังวลว่าจะไม่มีลูกค้ามาซื้อสินค้าหลังมีการปรับพื้นที่ใหม่นั้น กรมศิลปากรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ได้เตรียมหากลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวให้ไปจับจ่ายซื้อสินค้าในบริเวณดังกล่าว เช่น การประชาสัมพันธ์ การเชื่อมโยงแผนการท่องเที่ยว เป็นต้น
“ส่วนการย้ายสถานที่สำคัญภายในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนราษฎร มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ขณะนี้บางแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ได้ทยอยย้ายออกจากพื้นที่ไปอยู่ตามวิทยาเขตรอบนอก แต่บางส่วนก็ยังติดปัญหาในเรื่องของงบประมาณ ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการและควบคุมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนการใช้งบประมาณเสนอมายังคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการแล้ว”อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว



