ไลฟ์สไตล์

หัวใจไทย - "ไทยเวฟ" ที่คนไทยมองไม่เห็น

หัวใจไทย - "ไทยเวฟ" ที่คนไทยมองไม่เห็น

16 มิ.ย. 2553

ถ้าจะกล่าวว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศที่ร่ำรวยมั่งคั่งในด้านวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของโลก ก็คงจะไม่เป็นการยกยอตนเองเกินไปนัก เพราะไทยเรามีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี มาจนถึงรัตนโกสินทร์ มีศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาอันมีคุณค่า ซึ

 แต่น่าเสียดายที่จุดขายมากมายเหล่านั้นนอกจากจะทำเงินได้ไม่มากตามมูลค่าที่มีแล้ว ยังไม่สามารถทำให้คนไทยมองเห็นถึงประโยชน์ของวัฒนธรรมของตนเองอีกด้วย คนสมัยใหม่มองว่าวัฒนธรรมไทยเป็นเพียงเรื่องล้าหลัง ไม่เหมือนของที่มาจากเกาหลีหรือญี่ปุ่นที่ดูน่าสนใจกว่า

 ประวัติศาสตร์ของไทยนั้นมียาวนานกว่าประเทศเกาหลีเสียอีก แต่ทำไมเราไม่สามารถสร้างกระแสนิยมไทย “ไทยเวฟ" (Thai Wave) ได้เหมือนประเทศเกาหลี?

 กระแสการคลั่งไคล้ความเป็นเกาหลี หรือที่เรียกว่า "Korean Wave" ในสังคมไทยนั้นเริ่มตั้งแต่ละครซีรีส์ ดารา นักร้อง อาหาร ภาพยนตร์ ภาษา สถานที่ท่องเที่ยว แฟชั่น ไปจนถึงเครื่องสำอาง ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 10 ปีก็เข้าถึงตลาดบ้านเราได้แล้ว และสามารถโกยเงินกลับประเทศไปได้มหาศาล เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ความเป็นเกาหลีขายดีก็คือประเทศเกาหลีมองว่า “วัฒนธรรมเป็นทุน เป็นสินทรัพย์ที่นำความมั่งคั่งมาสู่ประเทศ” มีการกำหนดเป็นนโยบายการพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง

 ส่วนประเทศไทยเราก็มีการส่ง “มวยไทย อาหารไทย ผ้าไทย และสปาไทย” ไปขายในต่างประเทศมานานหลายสิบแล้ว แต่ก็เป็นเพียงคลื่นระลอกเล็กๆ ที่ไม่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ หากไทยเราอยากจะสร้างกระแส “ไทยเวฟ" ในสังคมโลก หรืออย่างน้อยๆ ในเอเชียได้อย่างเกาหลีหรือประเทศอื่นๆ บ้างก็คงต้องเริ่มกันอย่างจริงจังและทำอย่างต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งปีที่ผ่านมารัฐบาลมีการนำแนวคิดเรื่อง "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" (Creative Economy) โดยนำมรดกทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาติไปผสมผสานกับนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีอย่างยิ่ง

 อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้นว่า ทุนทางวัฒนธรรมไทยที่คนรุ่นก่อนสร้างสรรค์ไว้มากมายซึ่งเราๆ ท่านๆ เคยเห็นจนชินตา หากเติมความคิดสร้างสรรค์และแนวคิดด้านการตลาดอย่างมืออาชีพเพิ่มลงไป สินค้าไทยก็จะโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครและมีมูลค่ามหาศาล อันจะนำความมั่งคั่งกลับมาสู่ประเทศไทย เช่น ไหมไทยของกลุ่มแม่บ้าน+ความคิดสร้างสรรค์ก็นำไปสู่ตลาดโลกได้เหมือนอย่างแบรนด์ "จิม ทอมป์สัน" หรือผ้าทอฝีมือชาวบ้าน+การออกแบบใหม่ๆ ก็ขายในราคาสูงได้เหมือนแบรนด์ “Pasaya” สมุนไพรโอท็อปพื้นบ้าน+นวัตกรรมและการออกแบบหีบห่อที่เป็นสากลก็จะโด่งดังได้เหมือน “Thann และ Harnn” เฟอร์นิเจอร์จากผักตบ+การออกแบบที่สร้างสรรค์ก็สามารถยกระดับสินค้าให้มีความเป็นสากลได้แบบ “โยธกา”

 โอกาสที่ไทยเวฟจะเกิดขึ้นได้ถ้าคนไทยเราร่วมมือร่วมใจกันและมองภาพความสำเร็จอย่างเดียวกัน