
กรมควบคุมโรคพบ5เดือนอหิวาต์พุ่ง20จังหวัดยอด756 ราย
กรมควบคุมโรค เน้นย้ำประชาชน รับประทานอาหารปรุงสุกด้วยความร้อน หลังห้าเดือนแรกของปี 2553 อหิวาตกโรค พบถึง 20 จังหวัด ยอดผู้ป่วยรวม 756 ราย เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งมากกว่า ปี 2552 ตลอดทั้งปีพบเพียง 16 จังหวัด ผู้ป่วย 212 ราย เสียชีวิต 2 ราย พร้อมแนะประชาชนต้องเ
วันนี้( 16 มิถุนายน 255 3 ) นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลการเฝ้าระวังโรคอหิวาตกโรค รายงาน 506 ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ( 1 มกราคม –30 พฤษภาคม 2553 ) พบผู้ป่วย จำนวน 756 ราย จาก 20 จังหวัด เสียชีวิต จำนวน 4 ราย จากจังหวัดปัตตานี 3 ราย รายแรกเป็นชาย อายุ 16 ปี เป็นผู้พิการช่วยเหลือตนเองไม่ได้ รายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 53 ปี เป็นโรคตับเรื้อรัง รายที่ 3 เป็นชาย อายุ 66 ปี เป็นโรคเบาหวาน จังหวัดสงขลา 1 ราย เป็นเด็กผู้หญิง อายุ 6 ปี มีโรคประจำตัว ท่อน้ำดีตีบตัน ตับแข็ง ซึ่งถือว่ามากกว่า ปี 2552 ตลอดทั้งปีพบผู้ป่วย จำนวน 212 ราย จาก 16 จังหวัด และเสียชีวิต จำนวน 2 ราย
ในจำนวน 20 จังหวัด ของปี 2553 พบมากที่สุด คือ จังหวัดปัตตานี จำนวน 488 ราย จังหวัดตาก จำนวน 213 ราย และจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 17 ราย ตามลำดับ อหิวาตกโรคมีแนวโน้มที่จะระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายพื้นที่ไปในหลายจังหวัดมากขึ้นด้วย ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัดเมื่อต้นปีนี้ เพื่อขอความร่วมมือเตรียมรับสถานการณ์ระบาดของโรคอหิตกโรค โดยขอความร่วมมือจากทุกจังหวัด ดังนี้
1. เมื่อมีผู้ป่วยเกิดขึ้นขอให้มีการรายงานโรคภายใน 24 ชั่วโมง ไปยังสถานบริการสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลอย่างโปร่งใส 2. การป้องกันควบคุมโรคที่ต้องดำเนินการ เช่น การทำความสะอาดส้วมสาธารณะและใช้ให้ถูกสุขลักษณะ มีการทำความสะอาดตลาด โรงฆ่าสัตว์ สะพานปลา รถเร่ขายอาหาร ร้านอาหาร โดยเพิ่มความถี่ของการทำความสะอาดด้วย และจัดน้ำอุปโภคบริโภคที่สะอาดให้แก่ประชาชน การรักษาระดับคลอรีนในน้ำดื่มน้ำใช้ในน้ำประปาให้ได้มาตรฐาน คือ อย่างน้อย 0.2-0.5 ppm ในพื้นที่ที่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วย และอย่างน้อย 0.5-1.0 ppm ในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยแล้ว รวมถึงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน
“ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ” และ “ สุก ร้อน สะอาด ” 3. เมื่อมีผู้ป่วยเกิดขึ้น ขอให้จังหวัดระดมทรัพยากรภายในจังหวัดควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาดเป็นวงกว้าง โดยเน้นการบริหารจัดการแบบบูรณาการ อาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน และประชาชนที่เกี่ยวข้อง 4. การดูแลรักษาให้เตรียมความพร้อมสถานพยาบาลทุกระดับตั้งแต่ สถานีอนามัย โรงพยาบาล ให้มีความพร้อมอยู่เสมอ รวมถึงการส่งเสริมการดูแลรักษาตนเองเบื้องต้นด้วยน้ำผสมผงเกลือแร่ 5. ทุกจังหวัดมีความเสี่ยง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคระบาด คือ จังหวัดที่ติดชายทะเล จังหวัดที่มีแรงงานต่างชาติจำนวนมากและจังหวัดที่มีการระบาดของโรคเป็นประจำ ขอให้ทางจังหวัดเน้นกิจกรรมและแผนการดำเนินงานเป็นพิเศษ โดยมีเป้าหมาย เมื่อเกิดโรคขึ้นแล้วให้ควบคุมโรคให้ได้ภายใน 10 วัน
นายแพทย์มานิต กล่าวต่อไปว่า คำแนะนำสำหรับประชาชน ควรรับประทานอาหารที่สุกสะอาด ไม่มีแมลงวันตอม โดยเฉพาะอาหารทะเลที่ปรุงสุกยาก เช่น หอยแครง ต้องล้างด้วยน้ำให้สะอาดแล้วนำไปลวกในน้ำเดือดนาน 2 นาทีขึ้นไป ส่วนหอยแมลงภู่ ล้างด้วยน้ำให้สะอาดแล้วนำไปนึ่งในน้ำเดือดนาน 7 นาที หากอาหารค้างคืนหรืออาหารถุงต้องอุ่นให้ร้อนจัดก่อนบริโภคเสมอ และต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ควรล้างมือก่อนปรุงอาหารและหลังขับถ่ายทุกครั้ง ดื่มน้ำสะอาด
เช่น น้ำต้มเดือดหรือน้ำขวดที่ได้มาตรฐาน ส่วนการดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นนั้น ควรให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่โออาร์เอส โดยดื่มทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง เมื่ออาการดีขึ้นให้หยุดดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ และรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย หากดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ไปแล้ว ภายใน 8-12 ชั่วโมง หรือให้การดูแลเองที่บ้านแล้วอาการไม่ดีขึ้น เช่น ยังมีการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำปริมาณมาก อาเจียน รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้ มีไข้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ มีอาการอ่อนเพลียมาก ซึ่งร่างกายจะขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว ต้องรีบไปรับการรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลทันที สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค โทร 0-2590-3180 , 0-2590-3191 หรือ http: // thaigcd.ddc.moph.go.th



