ไลฟ์สไตล์

แจกพันบาทแลกเลื่อนปลูกข้าวนาปีนายกฯตีกลับสั่งเกษตรฯสำรวจจำนวนชาวนาใหม่

แจกพันบาทแลกเลื่อนปลูกข้าวนาปีนายกฯตีกลับสั่งเกษตรฯสำรวจจำนวนชาวนาใหม่

15 มิ.ย. 2553

กระทรวงเกษตรฯ ชงครม.ช่วยชาวนาเลื่อนทำนาปีไปเดือนก.ค. แจกเงินครัวเรือนละ 1,000 บาทซื้อปัจจัยการผลิต นายกฯ สั่งกลับไปสำรวจจำนวนเกษตรกรใหม่ ก่อนเสนอเข้าครม.อีกครั้งสัปดาห์หน้า ขณะที่ครม.เห็นชอบมอบอำนาจให้พาณิชย์ขายข้าวในสต็อกรัฐเบ็ดเสร็จ

 นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโครงการส่งเสริมการผลิตเพื่อบริโภคและเสริมรายได้ในครัวเรือนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ให้ความร่วมมือกับมาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยเลื่อนการทำนาปีจากเดือนพฤษภาคมเป็นเดือนกรกฎาคม ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 1,000 บาท ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว แต่ขอให้กระทรวงเกษตรฯ กลับไปสำรวจจำนวนเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการใหม่ให้แล้วเสร็จและเสนอให้ครม.พิจารณาอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์

 นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า กระทรวงเกษตรฯ จัดทำโครงการดังกล่าวเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเลื่อนการทำนาทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน เพราะอาจได้รับความเสียหายจากการทำนาในช่วงที่น้ำฝนยังไม่เพียงพอ จึงขอให้ครม.จัดสรรงบประมาณจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินจำนวน 1,030 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินโครงการดังกล่าว ในพื้นที่ 62 จังหวัด

 "สาเหตุที่ต้องแจกเงินสดให้แก่เกษตรกรไปจัดหาปัจจัยการผลิตเอง เพราะกลัวว่าหากรัฐบาลไปจัดซื้อปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรด้วยตัวเองอาจจะมีข้อครหาในเรื่องต่างๆ ได้ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสรัฐบาลจึงควรแจกเงินให้แก่เกษตรกรไปจัดซื้อปัจจัยการผลิตแล้วนำใบเสร็จรับเงินมาเป็นหลักฐาน" นายธีระกล่าว

 สำหรับเกษตรกรที่ร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนของกระทรวงเกษตรฯ เคยทำนาปี 2552 และจะทำนาปี 2553 สมัครใจที่จะเลื่อนการปลูกข้าวในทุกแปลงไปถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 ต้องไม่มีพื้นที่นาที่มีข้าวปลูกอยู่ในวันสมัครเข้าร่วมโครงการ

 นายศุภชัยยังแถลงด้วยว่า ครม.รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และมีมติเห็นชอบแนวทางการระบายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล ตามที่กขช.เสนอ ซึ่งกำหนดให้การเห็นชอบการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาล เป็นหน้าที่พิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวสาร และให้คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสารเป็นผู้ดำเนินการ และนำเสนอประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาข้าวสารพิจารณาอนุมัติ แล้วรายงานให้ประธาน กขช. หรือรองประธาน กขช. ทราบ ก่อนลงนามสัญญากับคู่สัญญาต่อไป

 แหล่งข่าวจากที่ประชุมกขช.ระบุว่า การประชุมกขช.เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์เสนอแนวทางการระบายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลในแนวทางใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาการอนุมัติระบายข้าวสาร ต้องเสนอให้ครม.อนุมัติอีก ทำให้การระบายล่าช้า ขณะที่แนวทางใหม่มีความคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้น