
วอนรัฐบาล-สังคมอุ้ม"นักวิทยาศาสตร์"ความในใจ "ธงชัย ชิวปรีชาที่ปรึกษาร.ร.มหิดลฯ
เหตุการณ์นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เผาห้องสมุดของโรงเรียน โดยให้เหตุผลว่าทำไปเพราะความเครียดที่เข้ากับเพื่อนๆ ไม่ได้
และคิดถึงพ่อแม่นั้น ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมากมาย เช่น ระบบการดูแลนักเรียนของโรงเรียนบกพร่องมั้ย การบริหารของโรงเรียนมีปัญหาหรือไม่…?? เพื่อไขข้อสงสัยเหล่านี้ “คม ชัด ลึก” ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ดร.ธงชัย ชิวปรีชา" ผู้บุกเบิกก่อตั้งและอดีต ผอ.โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ คนแรก ปัจจุบันทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านวิชาการของโรงเรียนแห่งนี้
ดร.ธงชัย อธิบายภาพรวมของโรงเรียนว่า โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์รับนักเรียนชั้นม.4 โดยวิธีสอบคัดเลือกปีละ 240 คน แบ่งเด็กออกเป็น 10 ห้อง ห้องละ 24 คน และมีครูดูแลประจำห้องละ 2 คน การคัดเลือกเด็กนอกจากดูเกรดเฉลี่ยม.ต้นที่ต้องได้เกินกว่า 3.00 แล้ว ยังมีการทดสอบด้านวิชาการและการทดสอบด้านจิตวิทยาด้วย
แม้ว่าหลักสูตรของโรงเรียนมีความเข้มข้นด้านวิชาการ แต่ก็มีกิจกรรมให้นักเรียนผ่อนคลายเหมือนกับโรงเรียนทั่วไป หลังเวลาบ่ายสามโมงครึ่งเมื่อหมดเวลาเรียนแล้ว เด็กจะไปทำกิจกรรมตามชมรมต่างๆ เช่น ศิลปะ ดนตรี อาหารไทย รวมทั้งมีสถานที่และอุปกรณ์ในการออกกำลังกายและห้องสมุดไว้ให้ค้นคว้าหาความรู้ การดูแลนักเรียนจะให้รุ่นพี่ดูแลรุ่นน้อง คอยแนะนำด้านการเรียนและการใช้ชีวิตในโรงเรียน อีกทั้งให้ครูประจำชั้นคอยดูแลนักเรียน หากพบว่านักเรียนมีพฤติกรรมแปลกออกไปก็ให้ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดมากขึ้น และมีนักจิตวิทยา 4 คนคอยช่วยเหลือครูในการดูแลและให้คำปรึกษาแก่นักเรียน
"โรงเรียนคัดเลือกและดูแลเด็กอย่างดีที่สุดแล้ว กรณีเด็กที่ก่อเหตุนั้นเป็นรอยรั่วเล็กๆ ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะรอดหูรอดตาไปได้ เมื่อมีปัญหาก็ต้องแก้ไข จะดูว่ารอยรั่วอยู่ตรงไหนและหาทางปิดให้ได้ เวลารับเด็กเข้ามามีแบบทดสอบทางจิตวิทยา แต่ดูได้ไม่ละเอียด แต่จะให้นักจิตวิทยาคุยกับเด็กทั้ง 240 คน ใช้เวลาคนละ 1-2 ชั่วโมงคงทำไม่ได้ จึงให้ครูและรุ่นพี่ช่วยกันสอดส่องดูแลเด็กซึ่งก็ได้ข้อมูลเด็กมามาก แต่การรวบรวมข้อมูลเก็บไว้และการดูแลอาจจะเข้าถึงตัวเด็กไม่มากพอเพราะเด็กมาจากต่างถิ่นและมีความเหงาอยู่ จะปรับระบบดูแลนักเรียนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นเช่น ให้เพื่อนในห้องคอยช่วยเหลือและสอดส่องดูแลเพื่อนอีกทางหนึ่งด้วย จะหารือกับผอ.โรงเรียนในเรื่องนี้" ดร.ธงชัยแจกแจงระบบดูแลนักเรียน
เช่นเดียวกับระบบบริหารของโรงเรียนซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า ถือเป็นความล้มเหลวหรือไม่ที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ซึ่งได้รับงบนับร้อยล้านบาทเพื่อผลิตเด็กไปเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ แต่หลายปีที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยมีเด็กประมาณ 20% ที่ไปเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์ ส่วนที่เหลือเรียนต่อด้านอื่นๆ เช่น แพทย์ วิศวะ ทันตแพทย์ "ดร.ธงชัย" อธิบายในประเด็นนี้ว่า เป้าหมายการจัดการศึกษาของโรงเรียนเพื่อมุ่งสร้างให้เด็กเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุขในการดำเนินชีวิต รวมทั้งบ่มเพาะจิตวิญญาณการเป็นนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็ก เมื่อจบออกไปแล้วไม่ว่าจะไปเรียนต่อด้านไหน ก็ต้องไปเป็นนักประดิษฐ์ นักวิจัยคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ สร้างความรู้ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
"แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยมีเด็กไปเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์ประมาณ 20% แต่การจัดการศึกษาของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ก็ไม่ได้ล้มเหลว เพราะไม่ว่าเด็กจะไปเรียนต่อด้านใดก็ตาม เช่น แพทย์ วิศวะ เกษตร เขาก็จะไปเป็นหมอ วิศวกร นักวิชาการด้านการเกษตรที่เป็นนักวิจัยเพื่อสร้างความรู้ใหม่ๆ ควบคู่กันไปด้วย"
ดร.ธงชัยมองว่า ทุกวันนี้นักเรียนที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ไปเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์น้อยเพราะค่านิยมพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเรียนแพทย์ วิศวะ เนื่องจากมองว่ามีความมั่นคงในอาชีพมากกว่าเพราะสังคมไทยและนโยบายรัฐบาลไม่ได้เกื้อหนุนให้เด็กไทยเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์ทั้งเรื่องทุนการศึกษา แหล่งงานด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยที่จะมารองรับนั้น เด็กและผู้ปกครองมองไม่เห็นอนาคตเลย ทำให้หลายสิบปีที่ผ่านมาประเทศไทยต้องพึ่งความรู้และเทคโนโลยีต่างชาติมาโดยตลอด
"ผมเชื่อว่าเด็กโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ 60% เรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์แน่นอน ถ้ามีทุนให้เรียนด้านวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ปริญญาตรีไปจนจบปริญญาเอกให้แก่พวกเขาและมีงานรองรับชัดเจน ดังนั้น รัฐบาลต้องสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องส่งไปเรียนอเมริกา อังกฤษ ถ้าส่งไปเรียนประเทศอื่นๆ ที่ถูกกว่า เช่น รัสเซีย ฝรั่งเศส สวีเดน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ก็จะให้ทุนเด็กได้มากขึ้น รวมทั้งประกาศแหล่งงานวิจัยให้ชัดเจนเช่น ใน 10-15 ปีข้างหน้ารับนักวิจัยด้านข้าว 500 คน นักวิจัยด้านยางพารา 300 คน โดยตั้งศูนย์วิจัยด้านข้าว ยางพารา ขึ้นมา รวมทั้งหางบวิจัยเพิ่มเติมเพราะทุกวันนี้งบวิจัย 70-80% มาจากภาครัฐ จะต้องดึงภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนงบวิจัยให้มากขึ้น” ดร.ธงชัย กล่าวทิ้งท้าย
0ธรรมรัช กิจฉลอง 0



