ไลฟ์สไตล์

แนะตั้งสมัชชานิสิต-นศ.ระดมสมองแก้ปัญหาชาติ

แนะตั้งสมัชชานิสิต-นศ.ระดมสมองแก้ปัญหาชาติ

15 มิ.ย. 2553

รมช.ศึกษาธิการฝากมหาวิทยาลัยปลูกฝังนิสิตนศ.มีส่วนร่วมแก้ปัญหาประเทศชาติ แนะตั้งสมัชชานิสิตนักศึกษาขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็น ด้าน "สุเมธ" ชี้ถึงเวลาระเปิดสมอง นศ.สร้างแผนปรองดอง ขณะนี้ รองฝ่ายกิจการนศ.มธ. เสนอฟื้นฟูหลักสูตรพลเมืองศึกษา ปรับรูปแบบการออกค่

 เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวในการประชุมเรื่อง “การสร้างความปรองดองแห่งชาติโดยสถาบันอุดมศึกษา” ว่า ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ฝากการบ้านให้มาทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งในส่วนของอุดมศึกษาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

 1. กลุ่มนิสิต นักศึกษา อยากให้รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตนักศึกษาช่วยทำความเข้าใจให้กับนิสิตนักศึกษาอย่างถูกต้องด้วยว่าปัญหาต่าง ๆ ของบ้านเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร และนิสิตนักศึกษาจะเข้ามามีส่วนร่วม  หรือวิธีที่จะสร้างความปรองดองให้กับประเทศอย่างไร โดยนิสิตนักศึกษาแต่ละสถาบันอาจจะไปตั้งสมัชชานิสิตนักศึกษา เพื่อระดมความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาของชาติ  

 2.กลุ่มผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร ในสถาบันอุดมศึกษา จะต้องความสมานฉันท์ ปรองดองและร่วมกันทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน การสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในกลุ่มคณาจารย์ และ 3. สังคม ชุมชนภายนอกสถาบันอุดมศึกษา โดยคณาจารย์และนิสิตนักศึกษา บัณฑิตจบใหม่จะต้องร่วมกันเป็นอาสาสมัครในแต่ละภูมิภาค ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความเข้มแข็ง ยกย่องเชิดชู ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค

 ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการระเบิดสมองของนิสิตนักศึกษาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างความปรองดองแห่งชาติ และเราจะต้องให้อิสระทางความคิดกับนักศึกษาจริง ๆ ส่วนการสร้างความปรองดองนี้ในช่วงแรกสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆอาจจะสร้างความเข้าใจ และสร้างความปรองดองให้นิสิตนักศึกษาและผู้ปกครองได้เข้าใจมากขึ้น เช่น กิจกรรมรับน้อง ปฐมนิเทศ และ การรับปริญญา เป็นต้น

 ด้าน ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สามารถฝึกพลเมืองของประเทศให้เป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีความอดทนต่อการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างและเคารพกติกา ไม่แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง โดยมีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมคือ ทุกมหาวิทยาลัยพร้อมใจกันพลิกวิกฤติเป็นโอกาส โดยจัดหลักสูตรพลเมืองศึกษา และเพิ่มสอนทันทีในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 ซึ่งเนื้อหาของวิชาเป็นการเรียนรู้ทฤษฎีส่วนหนึ่งและเน้นกิจกรรมนอกห้องเรียน กับประชาชนในพื้นที่ โดยแบ่งโซน 1 มหาวิทยาลัย 1 จังหวัด โดยปรับรูปแบบการออกค่ายพัฒนาชนบท ระดมนักศึกษาและองค์ความรู้ที่มีอยู่ในแต่ละสาขาวิชาลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน เช่น กฎหมาย เศรษฐกิจ สังคมศาสตร์ นอกจากนี้แต่ละมหาวิทยาลัยควรกำหนดความเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบัณฑิตที่พึงประสงค์