ไลฟ์สไตล์

ผลิตข้าวฮางสมุนไพรตราขวัญนา
ภูมิปัญญาอีสานไม่มีใครเหมือน

ผลิตข้าวฮางสมุนไพรตราขวัญนา ภูมิปัญญาอีสานไม่มีใครเหมือน

16 มิ.ย. 2553

ย้อนไปเมื่อปี 2544 เกษตรกรชาวบ้านถลุงเหล็ก ต.ใหม่นาเพียง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น รวมกลุ่มตั้งศูนย์ส่งเสริมและผลิตภัณฑ์ข้าวชุมชนบ้านถลุงเหล็กขึ้น เน้นผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในละแวกใกล้เคียง และป้อนให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่นในแต่

 ไพศาล บอกว่า ศูนย์ส่งเสริมและผลิตภัณฑ์ข้าวชุมชนบ้านถลุงเหล็ก ต.ใหม่นาเพียง ถือว่าเป็นการรวมตัวของเกษตรกรที่เข้มแข็ง เริ่มต้นจากสมาชิกเพียง 20 คนเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีถึง 70 คนแล้ว ช่วงแรกเริ่มจากการปลูกข้าวเพื่อจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ขายให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกรายละ 1 กระสอบ และผลิตคืนให้แก่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่นฤดูกาลละ 3 กระสอบ ทำให้มีรายได้น้อย เนื่องจากเป็นการขายวัตถุดิบ จึงคิดว่าควรที่จะแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าขึ้น ในปี 2547 จึงเริ่มแปรรูปทำเป็นข้าวฮาง โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น มาถ่ายทอดถึงวิธีการทำด้วย ในช่วงแรกเป็นการแปรรูปออกจำหน่ายเล็กๆ น้อยๆ ตามเทศกาลงานไหมของ จ.ขอนแก่น งานวันเกษตรภาคอีสาน จน 2 ปีถัดมาคือในปี 2549 เริ่มมีออเดอร์จากกรุงเทพฯ เข้ามา ครั้งละ 100-200 กิโลกรัม จนผลิตไม่ทัน

 "แรกเราไม่มีตราหรือยี่ห้อเป็นของตัวเอง จึงคิดว่าควรจะมียี่ห้อหรือแบรนด์เป็นของตัวเอง กระทั่งปี 2550 จึงติดยี่ห้อ "ขวัญนา" มีรูปร่วงข้าวเป็นโลโก้ โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ร่วมกันออกแบบ พร้อมสร้างความแตกต่างให้แก่ผลิตภัณฑ์ ข้าวทั่วไปคือข้าวฮางสมุนไพรกลิ่นกระชายดำ ตะไคร้ และใบเตย โดยหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนสนับสนุนเครื่องกะเทาะเปลือกข้าวฮาง รวมทั้งเครื่องอัดสุญญากาศในระยะแรก ซึ่งปัจจุบันก็มีโรงสีชุมชนเป็นของกลุ่ม และที่สำคัญเราได้โอท็อประดับ 4 ดาวด้วย" เขากล่าว 

 ปัจจุบันศูนย์ส่งเสริมและผลิตภัณฑ์ข้าวชุมชนบ้านถลุงเหล็กมีกำลังการผลิตข้าวฮางตรา "ขวัญนา" วันละ 200 กิโลกรัม ข้าวเปลือกเมื่อผ่านกระบวนการกะเทาะเปลือกแล้วจะได้ข้าวกว่า 100 กิโลกรัม อย่างไรก็ตามในแต่ละเดือนจะมียอดขายไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2,000 กิโลกรัม คิดราคาเพียง กิโลกรัมละ 45 บาท ส่วนราคาขายปลีกที่มีการบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้วคิดราคากิโลกรัมละ 70 บาท โดยกลุ่มตลาดมีทั้งลูกค้าจากกรุงเทพฯ สมุทปราการ นอกจากนี้ยังส่งขายตามธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ศูนย์โอท็อป และงานเทศกาลต่างๆ

 "เรามีรูปแบบการบริหารภาคการผลิต โดยมีสมาชิกในกลุ่มแวะเวียนมาทำวันละ 4 คน สมาชิกที่ทำข้าวฮางจะได้ค่าจ้างวันละ 200 บาท พอสิ้นปีจะมีรายได้จ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิกทุกๆ คน หากสมาชิกลงหุ้นละ 100 บาท จะได้เงินปันผล 30 บาท ในปีที่ผ่านมามีสมาชิกได้รับเงินปันผลคนละ 5,000 บาท เนื่องจากมีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีรายได้และกำไรกลับคืนสู่สมาชิกมากตามด้วย" ไพศาล กล่าว

 สำหรับขั้นตอนการทำข้าวฮาง เริ่มจากการนำข้าวหอมมะลิ 105 มาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้นก็เอาไปนึ่ง ซึ่งในขั้นตอนนึ่งนั้นหากต้องการใส่สมุนไพรก็นำตะไคร้หรือใบเตยมารองที่ก้นซึ้งนึ่งทับด้วยข้าวเปลือก ก่อนจะนำไปตากแดดบนนั่งร้านประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วเข้าสู่กระบวนการกะเทาะเปลือกข้าวออก และมาคัดเมล็ดที่สมบูรณ์และกากข้าวที่ปะปนมาทิ้งไป จากนั้นนำไปบรรจุหีบห่อซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย

  สำหรับผู้ที่สนใจข้าวฮางสมุนไพรสามารถสอบถามได้ที่โทร.08-1369-1552

" มยุรี อัครบาล "