
ให้อภัยด้วยเมตตาธรรม
การที่คนเราเกิดมาจะทำมาหากินด้วยความเป็นผู้มีกัลยาณมิตร การทำมาหากินก็ฝืดเคืองยากแค้น ยากเข็ญอยู่แล้ว ถ้าเกิดมีการวิวาทบาดหมาง มีศัตรูหลายระดับ จะทำมาหากินอย่างไร การทะเลาะกัน การเป็นศัตรูกัน มิใช่เป็นผลเสียเฉพาะตนเท่านั้น
ถ้าคนทะเลาะกัน แบ่งเป็นสองฝ่าย พระที่เคยสามัคคีกันแตกเป็นสองฝ่าย เด็กก็แตกเป็นสองฝ่าย สัตว์ก็แตกเป็นสองฝ่าย ผีก็แตกเป็นสองฝ่าย เทวดาก็แตกเป็นสองฝ่าย เรียกว่าพวกใครพวกมัน
จากนั้นก็จ้องจับผิดคิดล้างแค้นกัน ทำแต่เรื่องวุ่นวาย ไม่เว้นแต่ละวัน สิริมงคลความเจริญความสุขก็หดหายไปจากตัวเองและสังคม
โบราณพูดเสมอว่า..."ที่ไหนทะเลาะกันที่นั่นห่าลง คือ เรียกฝ่ายตรงกันข้ามว่า ไอ้ห่า อีห่า" แล้วจะทะเลาะกันเพื่ออะไร ?
แน่นอนละ ไม่มีใครที่จะไม่กระทบกัน แต่ใครจะทำเสียงกระทบนั้นให้เป็นเสียงเพลง หรือเสียงแห่งความแตกสลาย
เรื่องเสียดสีก็เช่นเดียวกัน ใครจะทำสิ่งที่เสียดสีกันให้เป็นเสียงเพลง หรือเสียงร้องไห้แบบพะอืดพะอม นั่นย่อมขึ้นอยู่กับศิลปในการครองตน ครองคน ครองงาน
การทะเลาะ จะไม่จบลงอย่างแน่นอน ถ้าไม่มีการขอขมา ไม่มีการให้อภัย ไม่หยุดการยุยงและยื้อยุด ฝ่ายหนึ่งไม่ขอขมา ฝ่ายหนึ่งถือโทษไม่ให้อภัย ผลคือความหายนะอันยืดยาว, ฝ่ายหนึ่งไม่ขอขมา แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ถือโทษ ยินดียืนหยัดในการให้อภัย ฝ่ายแรกย่อยยับฝ่ายหลังเจริญ, ฝ่ายหนึ่งขอขมา อีกฝ่ายหนึ่งไม่ให้อภัย ผลคือฝ่ายแรกเจริญ ฝ่ายหลังหายนะ, ฝ่ายหนึ่งขอขมา และอีกฝ่ายหนึ่งให้อภัย ผลคือเจริญทั้งสองฝ่าย
แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่มีการขอขมา และไม่มีการให้อภัย อีกทั้งยังมีการยุยงและยื้อยุด หายนะในวงกว้าง, หรือฝ่ายหนึ่งไม่ขอขมาฝ่ายหนึ่งให้อภัย แต่บริวารไม่ยินยอม เป็นการบีบบังคับผู้ให้อภัย
การที่จะบังคับด้วยกำลังให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมขอขมาโดยที่เขาไม่ยินยอม ถึงจับหัวกดลงกับพื้นก็ไม่จัดว่าเป็นการขอขมา เพราะเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเราอาจจะเห็นลายลายกองอยู่ตรงนั้นก็ได้ เห็นได้จากหนังฝรั่งหนังจีนหนังไทย
การขอขมาและการให้อภัย จึงต้องเกิดจากใจเท่านั้น เกิดโดยที่..."ผู้น้อยสำนึกผิดคลานเข้าไปหา ผู้ใหญ่เมตตาอโหสิกรรม"
นี่คือ...วิธีการ...ตัดกรรม และเมื่องเรื่องจบแล้ว ต้องไม่นำไปพูดและวิจารณ์ลับหลัง
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"



