
ดันผลิตกุ้งมาตรฐานหนีคู่แข่ง
เกษตรฯ ดันผลิตสินค้า กุ้งมาตรฐาน หนีคู่แข่ง หวั่นถูกชิงส่วนแบ่งตลาด แนะเร่งยกระดับการผลิตคุณภาพ-เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชี้แนวโน้มปี 53 ยังสดใส
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข รอง ผอ.สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกสินค้ากุ้งอยู่ในอันดับ 1 ของโลก โดยปี 2552 ส่งออกกุ้งสายพันธุ์ ทั้งกุ้งขาวแวนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม กุ้งอื่นๆ ซึ่งส่งออกในรูปกุ้งสดแช่เย็น/แช่แข็ง กุ้งบรรจุกระป๋อง กุ้งต้มสุกแช่แข็ง และกุ้งแห้ง ปริมาณรวมสูงถึง 391,144.97 ตัน มูลค่ากว่า 91,843.63 ล้านบาท
โดยปัจจุบันประเทศคู่แข่งอย่างจีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อินเดีย ได้พัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงกุ้งและเจาะตลาดการบริโภคกุ้งเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ประเทศผู้นำเข้า อาทิ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น แคนาดา เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ได้กำหนดมาตรการด้านสุขอนามัยทุกขั้นตอนการผลิต โดยเฉพาะในฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล ทั้งได้นำมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นเงื่อนไขการนำเข้า
"ต้องเร่งพัฒนาเพื่อยกระดับการผลิตกุ้งทะเลให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตั้งแต่ระดับฟาร์มถึงผู้บริโภค เบื้องต้นผู้เลี้ยงควรพัฒนาระบบการผลิตตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล (มกษ.7401-2552) ซึ่ง มกอช.และกรมประมงร่วมจัดทำขึ้นนำร่องใน จ.จันทบุรี เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงใช้เป็นแนวทางปรับปรุงฟาร์มเพื่อผลิตสินค้ากุ้งทะเลที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค" รอง ผอ.มกอช.กล่าว
ทั้งนี้ สถานการณ์ส่งออกสินค้ากุ้งไทย ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2553 มีปริมาณการส่งออกไปต่างประเทศกว่า 1 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาท



