
เลือกเพื่อความปลอดภัย
เป็นข่าวเล็กๆ ในเรื่องของความปลอดภัยของผู้ใช้รถที่ไม่มีผู้คนพูดถึงกันมากนัก ก็คือข่าวที่ว่าตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 เป็นต้นไป รถทุกคัน (รถเก๋ง?) จะต้องติดตั้ง เข็มขัดนิรภัย ให้ครบตามจำนวนที่นั่งในเบาะหลัง
โดยที่ในความเป็นจริงแล้วเบาะนั่งหลังก็มีการติดตั้งกันทุกคันมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ค่อยมีใครได้พูดถึงกัน และแม้แต่ผู้โดยสารก็มีไม่มากนักที่นั่งเบาะหลังแล้วจะคาดเข็มขัดนิรภัย
การนั่งเบาะหลังแล้วคาด เข็มขัดนิรภัย ประโยชน์ที่ได้รับเต็มที่ก็เมื่อมีการชน ถูกชน พลิกคว่ำ ที่จะทำให้โอกาสของผู้นั่งกระเด็นออกนอกรถเกิดขึ้นได้น้อยลง และเมื่อมีกฎบังคับให้รถทุกคันต้องมีแล้ว ก้าวต่อไปก็คือผู้บังคับใช้กฎหมายนั้นจะจริงจังกันสักแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม บ้านเรารถเก๋งนั่งนั้นคือรถที่ บรรทุกผู้โดยสารได้ไม่เกิน 7 คน (รวมคนขับ) แต่เบาะนั่งหลังสามารถจะติดตั้งเข็มขัดนิรภัยได้เพียงสามที่ คำถามที่จะตามมาคือ คนที่สี่ที่ห้า ที่นั่งเบาะหลังไม่มีเข็มขัดให้คาด จะมีความผิดหรือไม่
นอกจากรถเก๋งแล้วรถอื่นๆ เช่น รถกระบะ ประเภทมีแคป จะต้องบังคับให้ติดหรือไม่และจะติดอย่างไร และเมื่อมีผู้นั่งโดยสารในแคปจะเป็นกี่คนก็ตาม ถ้าไม่ได้คาดเข็มขัดเพราะไม่ได้ติดตั้งมาจะมีความผิดกันหรือไม่
การออกกฎเพื่อความปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่กฎนั้นต้องขึ้นอยู่กับสภาพความเป็นจริงของผู้ใช้รถทุกอย่างจึงจะเรียกได้ว่าเป็นธรรม ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามรายละเอียดกันต่อไป
เรื่องของเข็มขัดนิรภัยเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร ที่พิสูจน์กันมาทั่วโลกแล้วว่าเป็นตัวช่วยชีวิตที่สำคัญที่ถูกผลิตขึ้นมา แต่ปัจจุบันความปลอดภัยไม่ได้มีเพียงแค่เข็มขัดนิรภัยเท่านั้น มีอุปกรณ์หรือตัวช่วยอีกมากมายที่จะช่วยให้ชีวิตปลอดภัยขึ้น ถ้าเลือกจะมีรถสักคันนอกจากเข็มขัดนิรภัยแล้ว ควรจะพิจารณาตัวช่วยแบบใดถึงจะคุ้มค่ากับการที่จะมีติดรถไว้
ส่วนใหญ่แล้วเราเลือกที่จะมีรถสักคันก็เริ่มจากความชอบเป็นส่วนตัวในรุ่นหรือยี่ห้อนั้นๆ ตัวเลือกอันดับแรกคือ ความสวยงามก็ไม่ผิดอันใด สมรรถนะ เร็วแรงก็ไม่ผิดอีก และสุดท้ายดูเหมือนจะเป็นความสะดวกสบายที่ถูกยัดเยียดมาให้ ดูเหมือนเรื่องของความปลอดภัยในรถจะไม่มีใครสนใจกันสักเท่าไร
รถปัจจุบันมีตัวช่วยเพื่อความปลอดภัยในการขับเพิ่มขึ้นมาหลายๆ ตัว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ตัวช่วยเหล่านี้มีอยู่แต่ในรถหรูหราราคาแพงกันทั้งนั้น แต่ในวันนี้ตัวช่วยให้คนใช้รถปลอดภัยมากขึ้นนั้นมีอยู่ในรถแทบจะทุกคัน ไม่เว้นแม้แต่รถกระบะ ที่ได้ชื่อว่าเป็นรถของคนจน ตัวช่วยหลายตัวที่น่าจะมีไว้เช่นระบบเบรกแบบเอบีเอส ABS ชื่อนี้ปัจจุบันคนมีรถคนใช้รถคงรู้แล้วว่ามีประโยชน์ในการขับรถกันอย่างไร บอกกันคร่าวๆ อีกครั้งว่า เอบีเอส คือ ระบบเบรกที่ช่วยให้ล้อไม่ล็อกหรือจับตายเมื่อเบรกกะทันหัน หรือบนถนนที่เปียกลื่น
การทำงานก็ง่ายๆ ทันทีที่คุณกดแป้นเบรกอย่างแรง (ไม่ใช่กระทืบ) บนถนนที่ลื่นเปียกแฉะหรือขรุขระ แทนที่ล้อจะหยุดหมุนล้อล็อกทำให้คุณไม่สามารถบังคับทิศทางได้ เอบีเอสจะบังคับให้ก้ามเบรกคลายตัวจากการจับผ้าเบรก (แม้ว่าเท้าคุณจะยังกดแน่นอยู่บนแป้นเบรก) แล้วจับเข้าไปใหม่ในเวลาเศษเสี้ยวของวินาที อาการนี้คือจับแล้วปล่อย นั่นคือการทำงานของเอบีเอส เมื่อมีเอบีเอสแล้วก็ต้องไม่ลืมว่า รถที่ติดตั้งระบบเบรกแบบเอบีเอสนั้นไม่ใช่จะทำให้ระยะหยุดของรถสั้นกว่าเดิมโดยเฉพาะถนนลื่นๆ ครับต้อง จำให้แม่นแล้วใช้ให้เป็น
ตัวช่วยตัวต่อมาคือ ตัวช่วยเบรกหรือ BAS Brake Assist System เป็นผลพวงจากประโยชน์ที่เหลือใช้ของระบบเอบีเอส ที่เกิดจากการร่วมมือกันทำการวิเคราะห์และวิจัยของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ บีเอ็มดับเบิลยู ที่ได้ข้อสรุปตรงกันว่า คนขับรถทุกชาติทุกท้องถิ่น เมื่อต้องการใช้เบรกจะใช้แรงกดแป้นเบรกน้อยกว่าความต้องการจริง
ทันทีที่คุณละเท้าจากคันเร่งไปกดแป้นเบรก สมองเครื่องจะคำนวณเวลาออกมาว่าคุณใช้เวลาไปเท่าไร แล้วเอาเวลาที่ได้นั้นไปคำนวณเพื่อไปบังคับให้ระบบเบรกออกแรงดันน้ำมันเพิ่มเข้าไปในระบบ ตัวช่วยเบรกจะทำให้รถคุณหยุดได้เร็วขึ้นหรือในระยะทางที่สั้นลง นั่นคือประโยชน์ที่คุณจะได้รับ ถ้าในรถคันที่คุณเลือกมีตัวช่วยเบรกติดตั้งมาแล้วก็ถือว่าคุณเลือกได้ถูกต้องแล้ว รถยนต์มีการทรงตัวที่ดีหรือมีเสถียรภาพที่มั่นคง ล้อทั้งสี่ต้องหมุนด้วยความเร็วที่เท่ากันตลอดเวลาและทุกสภาพถนน เมื่อล้อใดล้อหนึ่งหมุนด้วยความเร็วที่ไม่เท่ากัน การทรงตัวของรถก็จะเสียไป ระบบควบคุมการทรงตัวของรถโดยอัตโนมัติจึงเกิดขึ้นมา (VSC- Vehicle Stability Control) ก็จะไปสั่งงานโดยเบรกล้อที่เร็วกว่า ให้มีความเร็วเท่ากับล้ออื่นๆ พร้อมกันนั้นระบบ VSC ก็จะสั่งให้เครื่องยนต์ลดรอบเครื่องลงเพื่อลดแรงบิดที่จะให้ล้อปั่นฟรีบนพื้นถนน จนกว่าการทรงตัวจะกลับคืนมาในสภาพปกติ VSC ก็จะยกเลิกการทำงานโดยอัตโนมัติ
ก็ต้องถามกันละว่ารถที่คุณจะซื้อหรือรถที่คุณขับอยู่นั้น นอกจากเข็มขัดนิรภัยแล้ว มีตัวช่วยตัวใดบ้างที่เพิ่มขึ้นมา และเมื่อมีมาแล้วต้องทำความเข้าใจในระบบของมันให้ทะลุปรุโปร่ง แต่เหนืออื่นใดความปลอดภัยทั้งปวงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลักคือ ตัวคุณผู้บังคับพวงมาลัย



