
"ซับสะเดา.. ครั้งเดียวไม่เคยพอ"
...ถนนดินลูกรังสีแดงทอดยาวผ่านกลางไร่อ้อยไปสุดสายตา มองเห็นทิวเขาอยู่ลิบๆ จุดหมายปลายทางของเราคือ "ซับสะเดา" หน่วยพิทักษ์ป่า ทล 12 ของอุทยานแห่งชาติทับลาน อันเป็นผืนป่าเต็งรังที่ค่อนข้างสมบูรณ์
เคยมีรายงานของกลุ่มนักสำรวจนกเหยี่ยวประจำถิ่น ช่วงปลายปี 2551 ว่าได้พบนกในป่าซับสะเดาถึง 28 วงศ์ รวมทั้งสิ้น 78 ชนิด ...เป็นความเย้ายวนใจยิ่งนักสำหรับคนดูนก
อย่างน้อย... ก็เคยทำให้นักดูนกมือสมัครเล่นอย่างข้าพเจ้ากับเพื่อนคู่หู ขับรถดั้นด้นไปกันมาแล้วถึง 2 ครั้ง และก็ผิดหวังทั้ง 2 ครั้ง เพราะนอกจากนกเอี้ยงหงอน เอี้ยงสาริการะหว่างทาง กับตะขาบทุ่งอีกตัวสองตัวในป่าเต็งรัง เราไม่ได้เห็นนกชนิดอื่นๆ เลย แทบจะเรียกได้ว่าเราขับรถเกือบ 600 กิโลเมตร ไปถึงซับสะเดาและกลับกรุงเทพฯ แบบมือเปล่า
หากถามว่าเข็ดไหม คำตอบของคนดูนกคือ ไม่เข็ด แล้วคุ้มหรือ... อาจจะไม่คุ้มนัก แต่ก็ไม่เสียเที่ยว เพราะอย่างน้อยก็ทำให้คุ้นเคยกับเส้นทางมากขึ้น
เมื่อมีโอกาส จึงไม่ลังเลใจที่จะไปอีก รายชื่อนกที่มีคนเคยพบมาแล้ว และยังเป็นนกใหม่สำหรับเรานั้น ทำให้การเดินทางครั้งใหม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวังเสมอ
จากทางหลวงสาย 304 เราเลี้ยวเข้าหมู่บ้านปอแดงตรง กม. 92 มุ่งหน้าโรงน้ำตาลครบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวง 21 กิโลเมตร และจากด้านข้างโรงงานน้ำตาล ตัดผ่านไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง เป็นจุดเริ่มต้นของถนนดินลูกรังสีแดงซึ่งทอดยาวเปล่าเปลี่ยวอยู่เช่นเดิม นอกจากฝูงวัวเลี้ยงของชาวบ้าน ก็มีเพียงรถกระบะสวนทางออกมาเพียงคันเดียว
ไร่อ้อยสองข้างทางถูกเก็บเกี่ยวและขนถ่ายสู่โรงน้ำตาลไปแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่จึงว่างเปล่า เปิดโล่ง แต่ก็มีบางช่วงที่เริ่มเพาะปลูกบ้าง จาบคาหัวสีส้ม จาบฝนปีกแดง กระเต็นอกขาว เกาะสายไฟฟ้าอยู่เป็นระยะๆ เหมือนจะทักทายเราไปตลอดทาง
เมื่อเข้าเขตป่าของซับสะเดา ต้นไม้เริ่มหนาตาขึ้น มีลักษณะพิเศษของป่าเต็งรังคือ พื้นป่าไม่รกเรื้อ สามารถเดินเข้าไปตามดูนกได้ง่ายๆ ด้วยความรู้สึกปลอดภัย แม้ถนนลูกรังสีแดงยังคงทอดยาวไม่สิ้นสุด
จะผ่านเข้าดงลึกไปถึงไหน ข้าพเจ้าไม่เคยได้ถามหาคำตอบให้ตนเองสักที แต่ตามเส้นทางนั้นเราจอดรถเพียงระยะไม่ไกลจากที่ทำการ แล้วลงเดินแซกซอนสอดส่ายสายตาไประหว่างต้นไม้สูง
คราวนี้นับเป็นโชคดี เราได้เห็นนกมากมาย มี นกไต่ไม้ 2 ชนิด นกหัวขวาน 4 ชนิด หนึ่งในนั้นเป็นชนิดที่หาดูยากคือ หัวขวานใหญ่สีดำ ที่นับว่าเป็นดาวดวงเด่นของป่าซับสะเดา รวมถึง อีแพรดคิ้วขาว ปีกลายสก็อต และนกพื้นๆ อย่าง แซงแซวสีเทา ขมิ้นท้ายทอยดำ นกขี้เถ้าใหญ่ และ ตะขาบทุ่ง
ทริปดูนกของคนดูนกกลุ่มเล็กๆ อย่างเรา ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน ที่ซับสะเดาอย่างมีความสุข
เราอดดีใจไม่ได้ ที่แม้จะมีน้ำ มีไฟเข้าไปถึง อำนวยความสะดวกได้ตามอัตภาพ แต่การเดินทางอันยากลำบากที่เกือบเรียกได้ว่าทุรกันดารทำให้ซับสะเดาไม่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวทั่วไปมากนัก เราได้แต่หวังให้หน่วยพิทักษ์ป่าแห่งนี้อยู่ห่างไกลความเจริญอย่างนี้ต่อไปนานๆ เก็บไว้เป็นบ้านของนก และเพื่อเป็นสถานที่ให้คนที่อยากมาเยือนด้วยใจ
มิใช่ต้องการเสพธรรมชาติแบบสำเร็จรูปบนถนน 8 เลน ดังกรณีที่กำลังเกิดขึ้นกับเขาใหญ่ ป่าอีกฟากฝั่งถนนของทับลาน
๏ แนวป่าขึงเขตล้อม.......ขุนเขา
ไม้ป่าโปร่งงามเสลา........สลับต้น
นกป่าฉวัดเฉวียนเงา.......ยามสงัด
เที่ยวป่าอาจดั้นด้น..........วิบากด้วยกันดาร๚ะ
๏ ผ่านตัวเมืองห่างเสี้ยว......ศิวิไลซ์
เข้าสู่ป่าผลัดใบ...................บ่งชี้
อยู่สุดกู่แสนไกล...............กลางเถื่อน
ณ ซับสะเดาหน่วยนี้..........พิทักษ์ท้ายทับลาน๚ะ
๏ ผ่านไร่ใบอ้อยอ่อน.........ไหวโอน
รถเขย่านั่งตัวโยน..............กระแทกกระทั้น
ทางขรุขระกระดอนโดน......ดินกรวด
เสียงกระดิ่งคอวัวกระชั้น.....กระชุ่นเท้าตามฝูง๚ะ
๏ ยอดเขาสูงครึ้มเมฆ........หม่นลอย
แสงหลุบเหมือนรอคอย......หยาดชื้น
เหงื่อหยดไม่ถดถอย..........ฤๅถอด ใจเฮย
ทั้งนกแพงนกพื้น...............พบได้หลายพันธุ์๚ะ
๏ เที่ยงวันฝนชะล้าง..........ฝุ่นสลาย
ลมชื่นพัดโชยคลาย...........คลี่ร้อน
ม่านเมฆดาดปุยพราย........ขาวพร่าง
เหนือป่าเปลวแดดฟ้อน.......ขับฟ้าจรัสสี๚ะ
๏ เริ่มมีเสียงนกร้อง...........ระเริงไพร
ทุกพุ่มพฤกษ์ระทึกไหว.........วิหคเร้น
หนอนแมลงน่าตื่นใจ...........ชวนจิก
นกไต่ไม้กระโดดเต้น...........รอบต้นตามกิน๚ะ
๏ เหยี่ยวใหญ่บินร่อนคว้าง.....กลางหาว
อีแพร่ดอวดคิ้วขาว.................คาดหน้า
หัวขวานเด่นเป็นดาว..............ประดับป่า
ตะขาบทุ่งสีเจิดจ้า..................ขณะอ้าปีกถลัน๚ะ
๏ ธรรมชาติสรรค์สร้างสิ่ง......สวยงาม
ใต้ฟากฟ้าสีคราม....................ครอบไว้
คนดูนกติดตาม......................โดยตระหนัก
พร้อมรักษ์พร้อมรบให้.............ป่าไม้อุดมเสมอ๚ะ๛



