ไลฟ์สไตล์

 “บ้านแก้ว เรือนขวัญจิตต์” เพื่อ “แม่” (1)

“บ้านแก้ว เรือนขวัญจิตต์” เพื่อ “แม่” (1)

11 มิ.ย. 2553

สวัสดีครับแฟนๆ ชาวบ้านไม่บาน ช่วงเวลานับจากนี้ ถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตการทำงานของผม เพราะผมจะเริ่มทำการเผยแพร่ บ้านไม่บานในชุด “บ้านแก้ว เรือนขวัญจิตต์" ซึ่งเป็น “บ้านไม่บานที่งามง่าย พอเพียง อันเป็น

 ทั้งที่รักและที่พัก” ที่ผมได้ทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัยและทดลองก่อสร้างจริงมายาวนานกว่า 5 ปี และผมเชื่อว่าจะเป็น อีกหนึ่งทางเลือกที่อาจจะเป็นทางรอด ของแฟนๆ ชาวบ้านไม่บานในหลายพื้นที่ที่กำลังประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วประเทศครับ   

 ทั้งยังเป็นการให้ความรู้ในรูปแบบวิทยาทานโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ เพื่อให้ท่านนำไปต่อยอดทางความคิด นำไปปรับประยุกต์ใช้ และยิ่งไปกว่านั้นในการที่ผมเผยแพร่บ้านไม่บานในชุด “บ้านแก้ว เรือนขวัญจิตต์”  เปรียบเสมือน การทำคุณบูชา “แม่”  ที่ได้เดินทางก้าวล่วงไปแล้ว  เพราะ “แม่” เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของผม ยิ่งได้มีโอกาสดูแล “แม่” ซึ่งเปรียบเสมือนพระอรหันต์ในบ้านในช่วงบั้นปลายชีวิต ก็ยิ่งเกิดจิตสำนึกที่จะต้องทำคุณบูชา “แม่” เพื่อว่าผลแห่งการทำความดีนี้จะส่งไปถึง “แม่” ครับ   

 “แม่” ของผมเป็นที่รู้จักกันดีในเขตจังหวัดสุรินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง ถ้าเป็นคนเก่าคนแก่ก็ต้องจะรู้จัก “คุณหมอขวัญจิตต์” หรือ “แม่หมอขวัญจิตต์” และท่านได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้หลักผู้ใหญ่และเป็นปูชนียบุคคลของจังหวัด ที่ผู้คนต่างนับหน้าถือตา  ยกมือไหว้ได้อย่างสนิทใจ “แม่” จบแพทย์ที่ศิริราชเมื่อ 60 ปีล่วงแล้ว ก็ตัดสินใจเลือกที่จะรับราชการอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารที่เป็นจังหวัดชายแดนอย่างเช่น จังหวัดสุรินทร์  “แม่”  เคยเล่าให้ฟังว่าตอนมาอยู่ใหม่ๆ  มีหมออยู่โรงพยาบาลเพียง 2 ท่าน (รวมทั้ง “แม่”)  ดังนั้น เมื่ออยู่ภายใต้สภาวะขาดแคลน “แม่” จึงต้องทำทุกอย่างที่จะดูแลคนเจ็บไข้ได้ป่วยให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  “แม่” เป็นหมอสูติฯ และหมอศัลยกรรม ที่มีชื่อ ผมเชื่อว่ามีคนไข้หลายหมื่นรายอยู่รอดปลอดภัยเพราะมือของ “แม่” และอีกหลายหมื่นรายได้ทำคลอดด้วยมือ “แม่” ตลอดระยะเวลาที่ผมได้ใช้ชีวิตร่วมกับ “แม่” ผมได้ซึมซับวิถีคิด รวมไปถึงวิถีในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย งามง่าย พอเพียง และทัศนคติในการมองโลกในแง่บวก ไม่ว่าสถานการณ์จะคับขันเพียงใดแม่ก็ยังพูดเล่นหัว เพราะสุดท้ายแล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปตามสภาวะแห่งธรรมนั้น

 นอกจากนั้น “แม่” เป็นกำลังสำคัญของแพทย์ พอ.สว.รุ่นแรกๆ ที่ทำงานบุกป่าฝ่าดงถวายแด่ “สมเด็จย่า” เป็นการทำงานยิ่งกว่าปิดทองหลังพระ โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ที่ห้องทำงานของ “แม่” ยังมีรูปที่ “แม่” กำลังถวายงานให้แด่ “สมเด็จย่า” อย่างใกล้ชิด  (ถึงขนาดที่ สมเด็จย่าก็ยังเคยเสด็จประทับรถของ “แม่” และโปรดให้ “แม่” เป็นพลขับ) ด้วยความจงรักภักดีและการที่ “แม่” ได้ถวายงานอย่างใกล้ชิด ผมจึงมักจะได้ยิน “แม่” พูดถึงคำสอนของสมเด็จย่าอยู่บ่อยๆ สิ่งเหล่านี้แหละครับที่ซึมซับมาสู่ตัวผมอย่างไม่รู้ตัวและเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเดินตามรอยเท้าของ “แม่” ลึกๆ ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจนะครับว่า “แม่” ได้ทำหน้าที่เป็น “หมอคน”  และผมก็พยายามทำให้ได้อย่าง “แม่”  แต่ทำหน้าที่ “หมอบ้าน” แทนครับ

 ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ บ้านไม่บานในชุด “บ้านแก้ว เรือนขวัญจิตต์”  ซึ่งเป็นบ้านมีราคาประหยัดแบบสุดๆ ล่าสุดผมได้ทดลองสร้าง  จำนวน 3 หลัง ที่  “วัดภัททันตะ” อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี แต่จะว่ากันตามตรงแล้วที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ครั้งประเทศของเราได้ประสบกับ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ อย่างรุนแรง  คือ  เมื่อครั้ง คลื่นสึนามิ ได้ทำลายอาคารบ้านเรือนหลายพันหลังพังพินาศไปในชั่วพริบตา ผลของเหตุการณ์ในครั้งนั้นผมได้รับการร้องขอจากหลายหน่วยงาน ทั้งจากภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง และจากผู้หลักผู้ใหญ่ของประเทศหลายท่านให้หาวิธีซ่อม สร้าง ฟื้นฟู อาคารบ้านเรือนที่เสียหายพังทลายอันเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ 

  โจทย์ที่ผมได้รับยากมากครับ คือ จะต้องมีราคาประหยัดโดยใช้งบประมาณในการสร้างราว 2 แสนบวกบวก อีกทั้งยังต้องสร้างให้แล้วเสร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 1-2 เดือน จะต้องมีความแข็งแรง ทนทาน สามารถต้านกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นอีก นอกจากนั้น ยังต้องสามารถสร้างง่าย (โดยผมออกแบบให้เป็นการก่อสร้างระบบกึ่งสำร็จรูปหรือ SEMI - PREFABRICATION) เป็นระบบการก่อสร้างที่ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือ เครื่องไม้ เครื่องยนต์กลไก รวมทั้งเครื่องทุ่นแรงขนาดใหญ่ เช่น รถเครน รถยก รถเทรลเลอร์ ฯลฯ เพราะในสภาพหลังจากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายระบบไฟฟ้า  ประปา  การสื่อสาร รวมทั้งถนนหนทาง  ล้วนถูกทำลายย่อยยับ 

 ดังนั้น ระบบที่ผมค้นคว้าวิจัยขึ้นนี้สามารถใช้แรงงานท้องถิ่น รวมทั้งยังต้องเป็นบ้านอยู่เย็น ประหยัดพลังงาน  แข็งแรง ทนทาน  มีความสวยงาม สอดคล้องและกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นนั้นๆ  จากการที่ผมได้ประมวลโจทย์ทั้งหมดก็ต้องยอมรับครับว่าเป็นโจทย์ที่ยาก แต่ถ้าหากทำได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้นอีก  ก็จะสามารถฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนที่ถูกทำลายภายในระยะเวลาอันสั้นเพียง  1-2  เดือนเท่านั้น  

 สำหรับในสัปดาห์นี้ผมได้นำเสนอ “บ้านแก้ว เรือนขวัญจิตต์” (1) ให้แฟนๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศได้ชมเป็นขวัญตา เป็นอีกหนึ่งในรูปแบบของ บ้านไม่บาน ที่ผมได้ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยและได้บรรจงออกแบบและก่อสร้างขึ้นจริงอย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถ เพื่อให้เป็นบ้านซึ่งมีความแข็งแรง ทนทาน  และผมเชื่อมั่นว่าจะสามารถต่อกรกับภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ได้ดี เพราะเป็น บ้านไม่บาน ที่ผมออกแบบให้ใช้โครงสร้างระบบพิเศษที่ผมมักจะเรียกว่า “โครงสร้างระบบรังผึ้ง” (ที่ทำจากเหล็กข้ออ้อยถักทอสานกันทั้งหลังและใช้ปูนชนิดพิเศษที่มีความสามารถในการรับแรงได้สูงกว่าทั่วไป) อีกทั้งเป็น บ้านไม่บาน ที่ประหยัดพลังงานแบบสุดๆ เป็น บ้านไม่บาน ที่ประหยัดค่าก่อสร้างแบบสุดๆ เป็น บ้านไม่บาน ที่ผมทุ่มเทและบรรจงสร้างแบบสุดๆ ก็เพื่อเป็น การทำคุณบูชา “แม่” เพื่อให้ “แม่” ได้ภูมิใจกับลูกของ “แม่” คนนี้  

 เอาไว้สัปดาห์หน้า มาดูรายละเอียดของ “บ้านแก้ว เรือนขวัญจิตต์” หลังนี้ เป็น บ้านไม่บาน ที่ผมตั้งใจจะเดินสายบรรยายเผยแพร่ให้ได้รับรู้ไปทั่วประเทศ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณพื้นที่ที่ประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ) ซึ่งบ้านหลังนี้น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจครับ สำหรับแฟนๆ ชาวบ้านไม่บานที่สนใจ บ้านประโยชน์สูง ประหยัดสุด และ สวยงามสุดๆ หลังนี้ ท่านก็สามารถเขียนจดหมายส่งมาที่ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพมหานคร 10200 เพื่อที่ผมจะได้ส่งรายละเอียดในการออกแบบ รวมทั้งรายละเอียดในการก่อสร้างกลับไปให้ท่านนำไปใช้ประยุกต์ใช้ก่อให้เกิดประโยชน์  โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่ประการใดครับ อีกทั้งท่านใดต้องการเป็นศูนย์ “ตักสิลา” ในการเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวกับ บ้านไม่บาน ในรูปแบบต่างๆ  กว่า 200 แบบ ของ อ.ดร.เชี่ยว  ชอบช่วย  ก็สามารถแจ้งความจำนงมาได้ตามที่อยู่ดังกล่าวนี้เช่นกัน