
ปฏิรูปการศึกษารอบ2สร้างคนไทยใฝ่รู้จิตอาสา
"ชินวรณ์ ย้ำ 4 เป้าหมายสำคัญสู่ความสำเร็จการปฏิรุปการศึกษาทศวรรษที่ 2 เน้น การสร้างคนไทยยุคใหม่ใฝ่รู้ ใฝ่ดี รู้จักหน้าที่พลเมือง มีจิตอาสา เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมโลก พร้อมผลักดันงบหนุนร.ร.ดีประจำตำบล
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิสร จ.สระบุรี นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมและบรรยายพิเศษ ครูสระบุรี รู้ทัน ก้าวทัน การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 โดยมีผู้บริหาร และครูอาจารย์กว่า 1,000 คนเข้าร่วม ว่า การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ต้องการตอบโจทย์ อีก 10 ปีข้างหน้าซึ่งประเทศไทยจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน ครอบคลุมพลเมืองกว่า 6 ร้อยล้านคน จึงจำเป็นที่ไทยจะต้องพัฒนาคุณภาพพลเมือง ดังนั้น เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ได้ตั้งธงสำคัญทั้งหมด 4 เป้าหมาย ดังนี้ เป้าหมายแรก เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกวิชา ให้มีค่าเฉลี่ยเกินร้อยละ 50 ปัจจุบันคะแนนการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ตทุกวิชาไม่ถึงร้อยละ 50 หากไม่พัฒนาให้ความรู้ความสามารถของเด็กไทยขึ้นมาจะไม่สามารถแข่งขันกับพลเมืองประเทศอื่น ๆ ได้
ขณะเดียวกัน เป้าหมายที่ 2 ต้องการให้เด็กไทยมีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ เป้าหมายที่ 3 ต้องการให้เด็กไทยยุคใหม่มีความเชี่ยวชาญ ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งกำหนดเป้าให้เด็กไทยอายุ 6-15 ปี มีโอกาสใช้อินเตอร์เน็ต 60 ชั่วโมงต่อปีต่อคน ขณะที่เป้าหมายสุดท้าย ต้องการสร้างคนไทยยุคใหม่ให้มีความเป็นพลเมืองที่ดี คือ ใฝ่รู้ ใฝ่ดี รู้จักหน้าที่พลเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของจิตอาสา จิตสาธารณะ การเคารพกติกาสังคม และการรู้จัดคิดวิเคราะห์
ทั้งนี้ ในการสร้างให้คนไทยยุคใหม่ใฝ่รู้ ใฝ่ดีนั้น ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นปรับปรุงหลักสูตรและการประเมินผลให้ตอบรับกับเรื่องดังกล่าว โดยมุ่งหวังว่าหลักสูตรแกนกลางจะมีเวลาเรียนวิชาการร้อยละ 70 ส่วนที่เหลือนำมาจัดกิจกรรมต่าง เสริมเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะใฝ่รู้ ใฝ่ดี คิดเป็นแก้ปัญหาเป็นและรู้จักการเป็นพลเมืองที่ดีซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังในปีนี้ พร้อมทำตัวชี้วัดความสำเร็จทั้งระยะสั้น และระยะยาว
ต่อมาในช่วงบ่ายเวลา 14.00 น. นายชินวรณ์ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโรงเรียนเรียนซับน้อยเหนือวิทยาคม ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนดีประจำตำบล ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่ง นายชินวรณ์ กล่าวมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร ครู นักเรียนว่า รัฐบาลที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตั้งใจแน่วแน่ว่าการลงทุนการศึกษาเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ แต่ไม่มีการพัฒนาใดสำคัญเท่ากับการพัฒนาคน เพื่อให้เด็กได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง นโยบายสนับสนุนให้เกิดโรงเรียนดีประจำตำบลจึงเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าโรงเรียนในเมือง เช่น กรุงเทพมหานครจะได้รับการสนับสนุนดีเพียงใด โรงเรียนดีประจำตำบลก็จะต้องได้รับการสนับสนุนเช่นกัน สำหรับโรงเรียนซับน้อยเหนือฯ มีการพัฒนาความพร้อมให้สามารถรองรับเด็กมัธยมฯจากพื้นที่อื่น หรือโรงเรียนขยายโอกาสมาเรียนได้ ตนพร้อมให้การสนับสนุนเรื่องอาคารเรียน ครูและบุคลากร ห้องสมุด รวมถึงงบประมาณเพื่อให้นำไปพัฒนาโรงเรียนให้เกิดคุณภาพ ที่สำคัญประชาชนในพื้นที่จะต้องให้ความร่วมมือในการพัฒนาเพื่อให้การศึกษาของลูกหลานทุกท่านดีขึ้น



