ไลฟ์สไตล์

ก.ไอซีทีปิดฉากเดินสายทำประชาพิจารณ์ตั้งสภาไอซี

ก.ไอซีทีปิดฉากเดินสายทำประชาพิจารณ์ตั้งสภาไอซี

11 มิ.ย. 2553

ก.ไอซีที ปิดฉากเดินสายทำประชาพิจารณ์ตั้งสภาไอซีทีที่เชียงใหม่ ระดมความเห็นภาครัฐและเอกชน 17 จังหวัดภาคเหนือ ระบุตั้งสภาไอซีทีเสริมสร้างความเข้มแข็งผู้ประกอบการไทย-สร้างโอกาสทางการตลาดในและต่างประเทศ

 นายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยในงานสัมมนาโครงการส่งเสริมพัฒามาตรฐานผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไทย วันนี้ (11 มิถุนายน) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติดิเอ็มเพรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่า เนื่องจากแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ.2552-2556 ได้กำหนดมาตรการสนับสนุนการจัดตั้งสภา ICT ให้เป็นโครงการเร่งด่วนอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ 2 การบริหารจัดการระบบไอซีทีของประเทศไทยอย่างมีธรรมาภิบาล

การสนับสนุนการจัดตั้งสภาไอซีทีให้มีหน้าที่นำเสนอและให้ความเห็นด้านการพัฒนาไอซีทีต่อรัฐบาลร่วมกับรัฐในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพตลอดจนเป็นตัวแทนภาคเอกชนในการประสานนโยบายและการทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อผลักดันการทำงานแบบเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและอกชน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมไอซีทีเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เข้าประเทศ

 ทั้งนี้ ได้มีการจัดสัมมนาเรื่องดังกล่าวขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศแล้วจำนวน 8 ครั้ง โดยครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายโดยมีการเชิญบุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเหนือ 17 จังหวัดได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี

 สำหรับการสนับสนุนการจัดตั้งสภาไอซีทีเพื่อให้เกิดการรวมตัวของผู้ประกอบการเพื่อผลักดันวาระหรือนโยบายสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการต่อรัฐบาล จะเป็นการช่วยเสริมสร้างความแข็งเกร่งของผู้ประกอบการไทย ให้มีศักยภาพสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ นอกจากนี้ สภาไอซีที ยังจะได้จัดทำข้อเสนอแนะและมาตรการเชิงรุกในการกระตุ้นการขยายตลาดไอซีทีของประเทศไทย รวมถึงการสร้างโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลอีกด้วย

 นายอาจิน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทบาทสำคัญในการแข่งขันเชิงเศรษฐกิจและสามารถนำรายได้ที่ไม่จำกัดเข้าสู่ประเทศ ส่งผลให้เกิดรายได้แก่ประชาชนในทุกภาคส่วน และหลายประเทศทั่วโลกก็ได้นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาพัฒนาเศรษบกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถให้อยู่ในระดับสากลและยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ สภาเทคโนโลยีฯ จะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านการประสานงาน การดำเนินงานระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างมีระบบ ส่งเสริมให้เกิดการร่วมทุน และลงทุนระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มรายได้ของประเทศอีกด้วย