
"เด่น" ธนทัต ชวาลดิฐ ขอเลือกเก็บเรื่องราวผ่านคมเลนส์
ความรู้สึกคับพองหัวใจของหนุ่มน้อยในวัย 10 ขวบต้นๆ หลังจากได้รับคำนิยมในหมู่เครือญาติถึงฝีไม้ลายมือการลั่นชัตเตอร์ เมื่อครั้งที่มีโอกาสได้เดินทางไกลไปท่องเที่ยวถึงประเทศญี่ปุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัว กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ "เด่น" ธนทัต ชวาลดิฐ รองกรรมการผ
ท่ามกลางเลนส์ถ่ายรูปสารพัดคุณสมบัติและกองอัลบั้มถ่ายรูปอีกหลายๆ สิบเล่ม (ยังไม่นับรวมไฟล์ภาพอีกนับไม่ถ้วน) ซึ่งเป็นผลงานมาจากเลนส์ชนิดต่างๆ ลูกชายหัวปีแห่งบ้านชวาลดิฐเจ้าของกิจการเครื่องเรือน เล่าถึงจุดเริ่มต้นแห่งกิจกรรมสุดโปรดด้วยรอยยิ้มแห่งความภูมิใจว่า
"ตอนนั้นผมกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไปเที่ยวภูเขาฟูจิกับครอบครัวก็รับหน้าที่คนถ่ายรูป พอนำกลับมาล้างอัดภาพ เพราะสมัยก่อนกล้องจะเป็นระบบแมนวลใช้ฟิล์ม 100, 200 และ 400 ยังไม่ใช่ระบบดิจิทัลสะดวกสบายเหมือนอย่างทุกวันนี้ ซึ่งก็บังเอิญว่ารูปชุดนั้นออกมาสวย หลายๆ คนก็ออกปากชม โดยเฉพาะคุณแม่ ยังจำได้ท่านแซวว่าเห็นหิ้วกล้องไปหิ้วกล้องมา นึกว่าจะเอาไว้ทำเท่เฉยๆ ถ่ายไม่เป็นซะอีก จากนั้นก็ทำให้มีกำลังใจและนึกสนใจการถ่ายภาพมาเรื่อยๆ"
จากความบังเอิญสู่ความสนใจกลายเป็นความชอบจนถึงเป็นกิจกรรมสุดโปรดในที่สุด "ป๊ะป๋าเด่น" ของลูกสาวลูกชายวัยกำลังซนทั้งสาม "น้องดีน่า" ด.ญ.อมลรดา "น้องดีนี่" ด.ญ.ชุษิตา และ "น้องดีดี้" ด.ช.ณวรรฒ เล่าว่า เมื่อมีเสียงชมก็ย่อมก่อเกิดแรงใจ และจากจุดนั้น ตัวเขาก็เริ่มสนใจศึกษาหาความรู้หาเทคนิคต่างๆ ในระหว่างที่ศึกษาก็พยายามตื๊อขอคุณแม่ จนในที่สุดเมื่อท่านเห็นความตั้งใจจริงจึงยอม (ตัดใจ) ควักกระเป๋าซื้อกล้องตัวแรกให้ยี่ห้อ NIKON รุ่น FM2 นับว่าเป็นรุ่นยอดนิยมในตอนนั้นเลยทีเดียว
แต่ถึงจะรักจะชอบการเล่นกล้องมากแค่ไหน หากเมื่อถึงคราวที่จักต้องทุ่มเวลาให้แก่การเรียนอย่างหนักหน่วง จากคนเคยรัก (การถ่ายภาพ) หนุ่มเด่นเล่าว่า เขาต้องจำพักเรื่องกล้องไปชั่วคราว และกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อคราวเป็นนิสิตปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยมุมมองที่ว่าภาพถ่ายดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ ทั้งยังช่วยเก็บรักษาช่วงเวลาดีๆ ไว้ได้ตราบนานเท่านาน
"เมื่อคราวตอนเรียน ป.โท ที่จุฬาฯ ผมมีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ เยอะขึ้น และด้วยความที่ตัวเองพอจะรู้เรื่องกล้อง เรื่องการถ่ายภาพเป็นทุนเดิม จึงขันอาสารับหน้าที่เป็นช่างภาพประจำรุ่นไปโดยปริยาย แต่ตอนนั้นก็ใช้เพียงกล้องคอมแพคเล็กๆ ธรรมดา จนเมื่อมีลูกผมถึงเปลี่ยนมาใช้กล้อง DSLR มาแทนกล้องขนาดเล็ก จากเดิมที่คิดว่ากล้องชนิดไหนก็เหมือนกัน แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะกล้องเริ่มตอบโจทย์ตัวเองไม่ได้ แล้วก็เริ่มศึกษาโดยการลงคอร์ส เรียนบ้าง ซื้อตำราอ่านหรือไม่ก็ศึกษาตามเว็บไซต์ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ หมั่นฝึกฝีมือด้วยตัวเอง" ผู้บริหารนักถ่ายภาพเล่า
เพราะภาพถ่ายย่อมสะท้อนความทรงจำดีๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาดีๆ เพียงเสี้ยววินาทีผ่านแล้วผ่านเลย แต่หากได้รับการบันทึกเก็บเอาไว้ จะหยิบจับขึ้นมานั่งดูตอนไหนก็ได้ หรือจะดูซักกี่รอบก็ไม่เบื่อ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้คุณพ่อยังหนุ่มไม่เพียงแค่สะสมอุปกรณ์ถ่ายภาพ แต่ยังเป็นนักถ่ายรูปฝีมือไม่เบา
"นอกจากถ่ายรูปแล้ว ผมยังชอบนั่งดูรูปด้วยครับ ถึงไม่มีรูปตัวเองแต่พอได้เห็นรูปสวยๆ ก็มีความสุขดี นั่งดูได้เรื่อยๆ เหมือนได้ย้อนกลับไปเก็บความรู้สึกดีๆ ในช่วงเวลานั้น บางรูปผ่านไปแล้ว 2-3 ปี เอามาดูอีกทีก็ทำให้ยิ้มได้ แต่ถ้าไม่ถ่ายช่วงเวลานั้นมันผ่านไปนานๆ ก็ลืมเลือน และนี่คือสิ่งสำคัญที่เป็นเหมือนเสน่ห์ให้ผมสนใจการถ่ายภาพ"
ใช่ว่าจะให้แค่ความทรงจำดีๆ ซะที่ไหน เพราะการถ่ายรูปจะให้ได้มุมภาพสวยๆ นอกจากฟังก์ชันของกล้องในมืออันเป็นส่วนประกอบหลักแล้ว ช่างภาพต้องรู้จักจังหวะ เสาะหามุมมอง มีความคล่องตัวอีกด้วย และคุณสมบัติดังกล่าวนี่เองที่ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส บี อุตสาหกรรมเครื่องเรือน บอกว่าสามารถนำมาปรับใช้กับการบริหารงานได้อย่างเนียนๆ เชียวล่ะ!!
"มุมถ่ายภาพสวยๆ บางครั้งมาให้เราเห็นแค่ชั่ววินาที หากช้าปล่อยให้ผ่านแล้วก็ผ่านเลยหาโอกาสให้ย้อนกลับมาใหม่ได้ยาก เช่นเดียวกับงานบริหาร เมื่อถึงจังหวะที่ได้ คนไหนเร็วกว่าย่อมได้เปรียบ หรือในแง่ของการวางแผน โดยเฉพาะกับการใช้เลนส์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียแรงเสียเวลาแบกไปครั้งละหลายๆ ตัว ซึ่งข้อนี้ผมว่าไม่ต่างอะไรกับการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจชนิดใด หากไม่มีการวางแผนก็ไร้ซึ่งทิศทางที่จะก้าวไปข้างหน้า และสุดท้ายศิลป์และจินตนาการ ผมก็เชื่ออีกว่า งานทุกอย่างย่อมต้องอาศัยจินตนาการนอกกรอบ รวมถึงแนวคิดใหม่ๆ มิฉะนั้นก็จะไม่มีการพัฒนา" ธนทัต ชี้ให้เห็นว่างานอดิเรกที่ตัวเองชอบสามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจที่รับผิดชอบได้จริง
คุยไปคุยมาเมื่อเห็นว่ามีอุปกรณ์ถ่ายภาพมากมาย ทั้งเลนส์วาย เลนส์มาโคร เลนส์ฟิชอาย เรียกได้ว่ามีเลนส์ทุกระยะ (มากกว่าช่างภาพอาชีพบางคนซะอีก) จึงบังเกิดความสงสัยว่า มาเยอะขนาดนี้แล้วจะเอาเวลาที่ไหนดูแล...
นักถ่ายภาพพ่อลูกอ่อนตอบสั้นๆ ชัดๆ ว่า ไม่ดูแลเองเน้นส่งเข้าศูนย์อย่างเดียว เพราะเขามีอุปกรณ์ครบและพร้อมมากกว่า...ว่าแล้วก็หยิบ Cannon พร้อมเลนส์ 50 มม.เอฟ 1.2 ขึ้นมาลั่นชัตเตอร์สมาชิกตัวน้อยที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำในสระน้อยอย่างสนุกสนานทั้งพ่อและลูกๆ
เรื่อง... "กอบแก้ว แผนสท้าน"
ภาพ... "ธัชดล ปัญญาพานิชกุล"



