
"นักจิตวิทยาคลินิก"แก้ปมเด็กอัจฉริยะ
ข่าวเด็ก ม.5 วัย 16 ปี ร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ แหล่งผลิตบุคลากรระดับมัธยมศึกษา ศูนย์รวมเด็กกิฟเต็ด (Gifted Child) หรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ จุดไฟเผาตึกห้องสมุดวอดทั้งหลัง สร้างความสะเทือนอารมณ์แก่ผู้คนในสังคม และเกิดคำถามที่สร้างความกดดันแ
"ธวัชชัย ไทยเขียว" อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อธิบายขั้นตอนการดำเนินคดีต่อเด็กว่า ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเด็ก เพียงแต่ส่งตัวให้จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ดูแลและประเมินสภาพจิต อาจประสานนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานคุมประพฤติไปร่วมรับฟังด้วย เพื่อช่วยให้เด็กไม่ต้องเจอกับคำถามเดิมซ้ำหลายๆ ครั้ง เป็นการสืบหาข้อเท็จจริงว่า เด็กต้องการความช่วยเหลืออะไรเร่งด่วน สาเหตุที่ต้องใช้สหวิชาชีพเข้าไปดูแลก็เพราะรู้ว่า คำถามใดเหมาะสมและไม่สร้างความสะเทือนใจให้เด็ก นอกจากนี้ภาษาที่ใช้กับเด็กยังไม่เหมือนกับภาษาที่ใช้กับผู้ต้องหาผู้ใหญ่ด้วย
เมื่อมอบตัวเด็กให้พนักงานสอบสวนแล้ว เจ้าพนักงานจะสอบปากคำให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้วก็ส่งตัวให้สถานพินิจฯ จ.นครปฐม ดูแลต่อ ผอ.สถานพินิจฯ จะใช้ดุลพินิจว่า ควรให้เด็กอยู่ในสถานพินิจหรือปล่อยตัวชั่วคราว ให้ผู้ปกครองนำกลับไปดูแลต่อ ส่วนใหญ่จะให้ประกันตัวให้ลูกได้กลับไปอยู่กับพ่อแม่ ให้เด็กรู้สึกถึงความอบอุ่นจากครอบครัว ส่วนกรณีไม่ให้ประกันก็เพื่อประโยชน์ของเด็ก เช่น เด็กอาจได้รับอันตราย ไม่มีพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือมีแนวโน้มทำผิดซ้ำ หรือทำร้ายสังคม ฯลฯ จากนั้นก็พิจารณาว่าเด็กที่ก่อคดีควรได้รับโปรแกรมเยียวยาด้านร่างกายและจิตใจเรื่องใดบ้าง หรือควรปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ปรับทัศนคติสมาชิกในครอบครัวอย่างไร เพื่อให้เด็กกลับไปใช้ชีวิตปกติสุขเหมือนคนอื่นๆ ในสังคม
พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมพินิจฯ แนะนำให้โรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษมี "นักจิตวิทยาคลินิก" ซึ่งสำเร็จการศึกษาด้านจิตวิทยาสาขาจิตวิทยาคลินิก (Clinical psychology) มีใบประกอบโรคศิลปะ อธิบายสั้นๆ คือ เป็นระดับน้องจิตแพทย์ หรือผู้ที่วิเคราะห์ปัญหาทางจิตได้ในระดับหนึ่ง สามารถบำบัดเบื้องต้นได้ด้วย เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้ได้รับแรงกดดันทางการเรียนสูง สมควรมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาดูแลด้านจิตใจอย่างใกล้ชิด หากเด็กเริ่มมีปัญหาเล็กน้อยและได้รับการเยียวยาถูกต้อง ปัญหาก็จะได้รับการคลี่คลาย ไม่สะสมไว้จนต้องระบายออกด้วยการทำร้ายตัวเองหรือสังคม
ด้าน "ครูยุ่น" หรือมนตรี สินทวิชัย เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก มองว่า ต้องสืบหาข้อเท็จจริงให้ได้ว่า เพราะเหตุใดเด็กถึงเผาโรงเรียน เช่น 1.จริงหรือที่เผาเพราะพฤติกรรมเลียนแบบผู้ใหญ่เผาบ้านเมือง 2.เป็นเพราะประมาทอยากลองของ 3.เรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่ 4.เพื่อให้โรงเรียนเดือดร้อนจะได้ไม่ต้องมาเรียน ทั้งนี้ ครูยุ่นยอมรับว่าจากประสบการณ์สัมผัสปัญหาเด็กมาหลายสิบปีพบว่า เด็กหลายคนทำผิดเรื่องใหญ่ๆ ก็เพราะคาดไม่ถึงว่าสิ่งที่ทำลงไปจะลุกลามใหญ่โต หรือสร้างความเสียหายรุนแรงมากขนาดนั้น
"กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าระบบการศึกษาเน้นสอนให้เด็กเรียนเก่ง แต่ไม่ได้สอนให้แก้ปัญหาชีวิต เด็กเรียนดีจะถูกกดดัน ถูกกระตุ้นให้เอาชนะเพื่อน วิธีแก้ปัญหา คือ พ่อแม่ผู้ปกครองต้องสังเกตว่า เด็กกำลังรู้สึกกดดันด้านจิตใจมากหรือเปล่า ถ้าถูกกดดันมากๆ อาจทำร้ายตัวเองหรือสิ่งรอบข้าง พ่อแม่ต้องช่วยค้นหาว่าลูกเรียนเก่งแล้วมีความสุขด้วยไหม หากไม่มีก็ต้องช่วยปรับให้ลูกพบสิ่งที่เขาเรียนแล้วถนัดและมีความสุข" ครูยุ่นกล่าวทิ้งท้าย



