ไลฟ์สไตล์

ยาเหลือใช้ในบ้านเพียบสูญเดือนละ700ล.-ถกขยายซีแอลยาเอดส์2ตัว14 มิ.ย.

ยาเหลือใช้ในบ้านเพียบสูญเดือนละ700ล.-ถกขยายซีแอลยาเอดส์2ตัว14 มิ.ย.

11 มิ.ย. 2553

คนไทยมี “ยาเหลือใช้” ในบ้านกว่า 400% สูญเสียเดือนละ 700 ล้าน สปสช.ถกขยายซีแอลยาเอดส์ 2 ตัว 14 มิ.ย.นี้ เชื่อประหยัดงบกว่า 3 พันล้าน

 ภญ.รศ.ธิดา นิงสานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า แต่ละปีรัฐบาลต้องสูญเสียงบด้านยามหาศาลถึงประมาณ 1 ใน 3 ของรายจ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีโดยพบว่าสัดส่วนของค่ายาคิดเป็น 50% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด ที่มีอยู่กว่า 2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงการที่ให้ผู้ป่วยนำยากลับมาเมื่อมาพบแพทย์ทุกครั้ง พบว่ามียาเหลือใช้ในครัวเรือนจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศแล้ว ยังเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย หากนำยาเหลือใช้ไปให้ผู้อื่นใช้ต่อ เพราะคนอื่นอาจแพ้ยาตัวนั้น

 ภญ.ศิริรัตน์ ตันปิชาติ เภสัชกรประจำสมาคมเภสัชกรรมชุมชน กล่าวว่า จากการที่เภสัชกรในโครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เข้าเยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 700 คนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมด 54 ชุมชน พบว่าผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งต้องใช้ยาหลายขนานร่วมกันในการรักษาโรคนั้น มียาเหลือใช้ในบ้านสูงถึง 3-4 เท่าของยาที่ควรมี หรือประมาณ 300-400% คิดเป็นมูลค่ายาสูญเสียไม่ต่ำกว่าคนละ 700 บาทต่อคน หรือประมาณ 700 ล้านบาท เมื่อคิดจากจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 10 ล้านคนในแต่ละเดือน

 นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ในฐานะกรรมการ สปสช. กล่าวว่า จะมีการปรับเกณฑ์การให้ยาต้านไวรัสเอชไอวี/เอดส์ แก่ผู้ติดเชื้อ ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยจากเดิมผู้ติดเชื้อจะรับยาต้านไวรัสเอชไอวีได้จะต้องมีระดับภูมิคุ้มกัน หรือค่า CD4 200 แต่เกณฑ์แบบใหม่ระบุเพิ่มค่า CD4 จาก 200 เป็น 350 เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ และจากเดิมจะได้รับเพียงสูตรพื้นฐาน คือ ยาจีพีโอเวียร์ สูตร 30 จะมีทางเลือกเพิ่มขึ้น เป็นทีโนโฟเวียร์ หรือเอแซดที +สามทีซี + เนวิราปีน หรือเอฟฟาไวเรนซ์ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้พิจารณา

 ทั้งนี้ ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ บอร์ด สปสช.จะหารือการขยายการประกาศซีแอลยาเอดส์ 2 รายการ คือ 1.ยาเอฟฟาไวเรนซ์ ซึ่งจะหมดอายุการประกาศซีแอล วันที่ 31 ธันวาคม 2554 ขณะที่สิทธิบัตรยาจะหมดวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 และ 2.ยาสูตรผสมโลพินาเวียร์กับริโทนาเวียร์ จะหมดอายุวันที่ 31 มกราคม 2555 แต่สิทธิบัตรหมดอายุปี 2564  ถ้าขยายซีแอลยาเอดส์ จะทำให้ประหยัดงบซื้อยาทั้งสองรายการได้กว่า 3,200 ล้านบาท