
72 ปีแห่งโอกาส 'มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ' สืบสานพระเมตตาสมเด็จย่า
เพราะความพิการไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต เปิดเส้นทาง 72 ปี “มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ฯ” จากจุดเริ่มต้นท่ามกลางวิกฤตโปลิโอ สู่ภารกิจฟื้นฟูสมรรถภาพและมอบโอกาสทางการศึกษาแก่คนพิการ พร้อมเดินหน้าสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด "จากน้ำพระทัย สู่การให้ที่ยั่งยืน"
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ผู้ทรงมีพระเมตตาต่อคนพิการอย่างหาที่สุดมิได้ ในโอกาสนี้ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เดินหน้าสานต่อภารกิจตลอด 72 ปี ภายใต้แนวคิด “จากน้ำพระทัย สู่การให้ที่ยั่งยืน” เพื่อส่งต่อโอกาสและสร้างอนาคตให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียมในสังคม
ในโอกาสดังกล่าว นางสุพัชนา อัษฎาธร ประธานกรรมการมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประกอบพิธีถวายสักการะ ณ พระอนุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงรับมูลนิธิไว้ในพระราชูปถัมภ์ และทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการดำเนินงานช่วยเหลือคนพิการของไทยมาอย่างต่อเนื่อง
จากจุดเริ่มต้นในยุคโปลิโอ สู่ภารกิจดูแลคนพิการกว่า 72 ปี
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2497 มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ก่อตั้งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโปลิโอ ซึ่งส่งผลให้เด็กจำนวนมากต้องเผชิญกับความพิการ จุดเริ่มต้นจากกลุ่มอาสาสมัครที่ช่วยนำเด็กเข้ารับการรักษา ตลอดจนจัดการเรียนการสอนให้เด็กที่ป่วยอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ได้พัฒนาสู่การทำงานอย่างเป็นระบบเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการในระยะยาว
ตลอดระยะเวลา 72 ปี มูลนิธิไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสงเคราะห์หรือให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้า แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย การศึกษา การพัฒนาทักษะชีวิต การเตรียมความพร้อมด้านอาชีพ ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้คนพิการได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ทั้งในด้านกีฬาและเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองและมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มที่
หัวใจสำคัญของภารกิจนี้คือการเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้รับความช่วยเหลือ ไปสู่การมีโอกาสกำหนดเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง เพราะสำหรับคนพิการจำนวนมาก การได้รับการฟื้นฟูที่เหมาะสมและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาใช้ชีวิต ทำงาน หรือเดินตามความฝันได้อีกครั้ง
ศูนย์บริการคนพิการ ดูแลฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ
หนึ่งในกลไกสำคัญของมูลนิธิคือ “ศูนย์บริการคนพิการ” ซึ่งรับผิดชอบงานบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการด้านการเคลื่อนไหว ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์และทีมสหวิชาชีพ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาล
การดำเนินงานของมูลนิธิได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 รวมถึงการรับรองมาตรฐานองค์กรด้านคนพิการระดับดีมาก 100 เปอร์เซ็นต์ จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพบริการและการดูแลคนพิการอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูคนพิการไม่ใช่ภารกิจที่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ต้องอาศัยทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์ที่เหมาะสม การติดตามผล และการสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถพัฒนาศักยภาพและก้าวผ่านข้อจำกัดของตนเองได้ตามความเหมาะสม
โรงเรียนศรีสังวาลย์ เติมโอกาสทางการศึกษา สร้างอนาคตให้เด็กพิการ
นอกจากการฟื้นฟูสมรรถภาพแล้ว มูลนิธิยังให้ความสำคัญกับการศึกษา ผ่านโรงเรียนศรีสังวาลย์ ซึ่งจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับความต้องการและข้อจำกัดของเด็กพิการ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อช่วยให้เด็กสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในอนาคต
โรงเรียนศรีสังวาลย์ได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานในปี พ.ศ. 2556, 2563 และ 2567 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของการจัดการศึกษาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และความสามารถตามศักยภาพของแต่ละคน
เพราะการศึกษาที่เหมาะสมไม่ได้มอบเพียงความรู้ในห้องเรียน แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจ เปิดโอกาสในการประกอบอาชีพ และทำให้เด็กพิการสามารถมองเห็นเส้นทางอนาคตของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
72 ปีแห่งการให้ ท่ามกลางความท้าทายที่ยังต้องเดินหน้าต่อ
แม้ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ มูลนิธิจะสร้างระบบการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ภารกิจในวันนี้ยังมีความท้าทาย โดยเฉพาะการสนับสนุนที่มีแนวโน้มลดลง ขณะที่ความต้องการด้านการฟื้นฟู การศึกษา บุคลากร และอุปกรณ์สำหรับคนพิการยังจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ
การช่วยเหลือคนพิการจึงไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งของหรือความช่วยเหลือในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เป็นการร่วมกันสร้างระบบสนับสนุนที่ทำให้คนพิการมีโอกาสพัฒนาตนเองได้ในระยะยาว ทั้งจากครอบครัว ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป
วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ 21 ตุลาคม จึงเป็นมากกว่าวันแห่งการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แต่ยังเป็นโอกาสให้สังคมได้ย้อนมองเส้นทางการทำงานตลอด 72 ปีของมูลนิธิ และร่วมกันคิดถึงอนาคตของคนพิการอีกหลายชีวิตที่ยังต้องการโอกาสในการเรียนรู้ ฟื้นฟู และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า
เพราะความพิการไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต แต่การได้รับโอกาสอาจเป็นจุดเริ่มต้นของอนาคตที่ดีกว่า
ภายใต้แนวคิด “จากน้ำพระทัย สู่การให้ที่ยั่งยืน” มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสงเคราะห์ แต่เติบโตเป็นโอกาสที่ช่วยให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเท่าเทียม
บางครั้งสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งอาจไม่ใช่ความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นมือที่ยื่นเข้ามาในวันที่เขากำลังต้องการกำลังใจ และเมื่อหลายมือร่วมกันประคับประคอง โอกาสที่เคยดูเหมือนอยู่ไกลก็อาจกลายเป็นความจริงได้
สรุปข่าวคมชัดลึก
มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สานต่อภารกิจครบรอบ 72 ปี ภายใต้แนวคิด “จากน้ำพระทัย สู่การให้ที่ยั่งยืน” มุ่งฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการผ่านศูนย์บริการคนพิการ ควบคู่กับการส่งเสริมการศึกษาผ่านโรงเรียนศรีสังวาลย์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม พร้อมชวนสังคมร่วมสนับสนุนการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้คนพิการ เพราะความพิการไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต
#มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ #72ปีแห่งโอกาส #สมเด็จย่า #วันคล้ายวันพระราชสมภพ #คุณภาพชีวิตคนพิการ #ความเท่าเทียมในสังคม



