ไลฟ์สไตล์

คันฉ่องและโคมฉาย - ผู้นำกับธรรมะ (๑)
หลุมดำของนักบริหาร

คันฉ่องและโคมฉาย - ผู้นำกับธรรมะ (๑) หลุมดำของนักบริหาร

11 มิ.ย. 2553

 ธรรมะสำหรับผู้บริหารเป็นสิ่งซึ่งแยกจากกันไม่ได้ ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน ผู้บริหารขาดธรรมะเมื่อไร ขาดใจเมื่อนั้น สังเกตดูประวัติศาสตร์ของนักบริหารทั่วโลก ช่วงที่รุ่งโรจน์จะเป็นช่วงที่เขามีธรรมะมากที่สุดและช่วงที่เขาร่วงโรยก็เป็นช่วงที่เขาทิ้งธรรมะมากที่สุด

 ในโลกนี้ผู้บริหารหลายคนช่วงแรกที่ประสบความสำเร็จทำอะไรก็ดีไปเสียหมด เพราะยังเป็นช่วงที่เขายังซื่อสัตย์อยู่ในความเป็นนักบริหารมืออาชีพของตัวเอง แต่หลังจากนั้นเมื่อผ่านไป ๔-๕ ปี เขากลับร่วงโรยแล้วก็ต่ำลง ต่ำลง เพราะเริ่มไม่ซื่อสัตย์ ธรรมะเริ่มหายไป จางหายไป ผู้สนับสนุนที่ดีๆ ก็จะกระโดดหนีหายไป ในที่สุดก็จะถึงจุดแตกดับ ตอนที่ขึ้นมาเป็นผู้บริหารนั้นมีแต่เสียงไชโยโห่ร้อง แต่ตอนแตกดับนั้นบางทีถูกปาด้วยรองเท้าก็มี ฉะนั้นช่วงแรกที่ผู้บริหารได้รับการยอมรับนับถือก็เพราะว่าเขามีธรรมะ ส่วนในช่วงที่เขาถูกตำหนิ ถูกประณาม หรือถูกปารองเท้าใส่ก็เพราะเขาทิ้งสิ่งที่ดีที่สุดของความเป็นผู้บริหารนั่นก็คือธรรมะไป

 คำถามก็คือ ในเมื่อธรรมะจำเป็นสำหรับผู้บริหาร แล้วอะไรทำให้ผู้บริหารหันหลังให้กับธรรมะ เสมือนมีหลุมดำสำหรับผู้บริหารอยู่

 หลุมดำที่ว่านี้คืออะไร
 ธรรมะกับผู้บริหารเป็นสิ่งซึ่งแยกจากกันมิได้เด็ดขาด แยกจากกันเมื่อไรหายนะมาเมื่อนั้น  ฉะนั้นใครที่เข้าใจว่าผู้บริหารอยู่ส่วนหนึ่ง ธรรมะอยู่ส่วนหนึ่งนั่นคือความเข้าใจผิด เหมือนกับที่ยังมีบางคนเข้าใจผิดว่าชาวบ้านอยู่ส่วนหนึ่ง นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เมืองไทยหายนะอยู่ทุกวันนี้  เพราะคิดว่าธรรมะควรจะอยู่อีกที่หนึ่ง แล้วชาวบ้านก็ควรจะอยู่อีกที่หนึ่งอยู่ห่างๆ กันไว้เป็นดีที่สุด

 แท้จริงแล้วโลกกับธรรมต้องไปด้วยกัน บ้านกับวัดก็ต้องไปด้วยกัน เหมือนสมองกับหัวใจต้องไปด้วยกัน ร่างกายกับจิตวิญญาณก็ต้องไปด้วยกัน  สองสิ่งนี้แยกจากกันเมื่อไรหายนะ

 ทีนี้มาดูกันว่า ธรรมะข้อใดบ้างที่ผู้บริหารสามารถนำไปปฏิบัติได้ ในทัศนะของอาตมาภาพอยากจะนิยามว่า ผู้บริหารกับผู้นำคือคนคนเดียวกัน ทำหน้าที่เหมือนกัน ผู้บริหารคือ ผู้ที่มีศิลปะในการใช้คนให้ทำงานโดยเมื่อทำงานสำเร็จแล้วต้องก่อให้เกิดภาวะคนสำราญงานสำเร็จ

 ท่านเป็นผู้บริหารแบบนี้ไหม
 ท่านใช้ให้คนทำงานหรือท่านทำเองทุกอย่าง หรือท่านใช้คนให้ทำงาน เมื่อทำเสร็จแล้วคนไม่สำราญแต่งานสำเร็จ หรือสำเร็จทุกงานแต่อานกันทุกคน ลองพิจารณาดูว่าเราเป็นผู้บริหารประเภทไหน บริหารมานานหลายสิบปีแล้วหันกลับไปดูลูกน้องบ้างว่า คนยังสำราญกันอยู่ไหม งานสำเร็จเรียบร้อย แต่ลูกน้องเป็นอย่างไร ง่อยเปลี้ยเสียขา ลาออก หรือมีแต่ความแค้นฝังใจ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็นับว่าเป็นผู้บริหารที่ไม่ประสบความสำเร็จ

 พูดอีกนัยหนึ่ง ผู้บริหารคือ ผู้ที่ทำงานแล้วเกิดภาวะคนสำราญงานสำเร็จ หรืองานก็สัมฤทธิ์ชีวิตก็รื่นรมย์ ถ้าได้อย่างนี้ท่านก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพตามแนวพุทธแล้ว

"ว.วชิรเมธี"