ไลฟ์สไตล์

สุดยอดปุ๋ยอินทรีย์ตรา "ผีเสื้อ"
เพิ่มค่ากากวัสดุเหลือใช้ไม้ยูคาลิปตัส

สุดยอดปุ๋ยอินทรีย์ตรา "ผีเสื้อ" เพิ่มค่ากากวัสดุเหลือใช้ไม้ยูคาลิปตัส

10 มิ.ย. 2553

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพหรือปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือใช้และเศษไม้ยูคาลิปตัสในกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษของโรงงานฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ ธุรกิจในเครือเอสซีจี เปเปอร์นั้น ไม่เพียงช่วยลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงงานเท่านั้น ยังสามารถนำซากสิ่งปฏิ

 "เราต้องการทำให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ของเสียจากโรงงานจากกระบวนการผลิตทั้งหมดเราจะไม่ทิ้ง แต่จะนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง อย่างน้ำเสียจากโรงงานหลังการบำบัดเราก็จะนำมาใช้รดต้นไม้ภายในโรงงานและกล้าพันธุ์ยูคาลิปตัสที่เราเพาะเลี้ยงไว้ ส่วนกากเศษเหลือใช้จากกระบวนการผลิต ก็จะนำมาทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรในเครือข่ายที่ปลูกยูคาลิปตัส"

 จุมพฎ ตัณมณี กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด ในเครือเอสซีจี เปเปอร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายกล้าพันธุ์ไม้ยูคาลิปตัสบอกเล่าถึงนโยบายของบริษัทแม่ "เอสซีจี เปเปอร์" ที่เน้นการนำเศษสิ่งวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอนมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยลดปริมาณการกำจัดของเสียโดยวิธีเดิมแล้วยังเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุเหลือใช้ ด้วยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานเพื่อให้ชุมชนในเครือข่ายนำไปปรับปรุงคุณภาพดินให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสานพื้นที่เป้าหมายในการปลูกยูคาลิปตัส ซึ่งส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องดิน

 บอสใหญ่สยามฟอเรสทรีเผยต่อว่า สำหรับโครงการผลิตปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุเหลือทิ้งของโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 โดยมีวัตถุดิบหลักคือกากวัสดุเหลือทิ้งในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการผลิตกระดาษมาเข้าสู่ขั้นตอนการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยใช้หลักการทำงานระบบกองแบบเติมอากาศระบายความร้อนโดยแรงลมจากเครื่องอัดอากาศ จากคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมีเป้าหมายการผลิตอยู่ที่ 2,000 ตันต่อปี

 "ผมตอบแทนที่เราได้รับจากการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ มีทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงสามารถลดปริมาณกากของเสียที่ต้องฝังกลบประมาณ 6,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 5 แสนบาท แต่เราได้ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 2,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 3 ล้านบาท ส่วนผลตอบแทนทางอ้อมจะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรลงได้ประมาณ 2,000 ตันหรือคิดเป็นมูลค่า 3 ล้านบาท"

 จุมพฎ ระบุอีกว่า ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตได้นี้ส่วนใหญ่จะแจกจ่ายให้เกษตรกรในเครือข่ายที่ปลูกยูคาลิปตัส ซึ่งมีอยู่ประมาณ 4,000 รายในพื้นที่ภาคอีสาน นอกจากนี้ยังจำหน่ายให้เกษตรกรทั่วไปเพื่อนำไปใส่พืชผัก ไม้ยืนต้นและไม้ผลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนาข้าว ข้าวฟ่างหวาน อ้อย พืชผักสมุนไพรและหญ้าเลี้ยงสัตว์ ซึ่งขณะนี้ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยตราผีเสื้อของบริษัทกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

 "ตอนนี้เราทำปุ๋ยบรรจุกระสอบ กระสอบละ 50 กิโลกรัม ราคากระสอบละ 300 บาท แต่ถ้าเป็นเกษตรกรในเครือข่ายราคาจะอยู่ที่ 110 บาท ส่วนถุงเล็กเราจะแจกฟรีให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกยูคาลิปตัส ซึ่งขณะนี้เรามีเป้าหมายอยู่ที่ 4,000 ไร่รอบๆ โรงงาน โดยจะมี 2 สูตรให้เลือกคือ สูตรเติมสารอาหารในดินและสูตรเพิ่มผลผลิต ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะนำไปใช้ประโยชน์กับพืชชนิดใด" จุมพฎกล่าวทิ้งท้าย

 ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพตรา "ผีเสื้อ" ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยคุณภาพมาตรฐานของสยามฟอเรสทรี ที่ผลิตจากวัตถุดิบกากวัสดุเหลือใช้ของไม้ยูคาลิปตัสที่นำมาผลิตเยื่อกระดาษโดยมีเป้าหมายเพื่อลดรายจ่ายค่าปุ๋ยเคมีให้แก่เกษตรกรในเครือข่ายที่ปลูกไม้ยูคาลิปตัส

"สุรัตน์ อัตตะ"