
ดูแลสิว ผิวหน้าใส ห่างไกลจากแผลเป็น
สิว จัดเป็นปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด และไม่ได้เป็นแค่ปัญหาความงามเพียงอย่างเดียว แต่สิวยังรบกวนความมั่นใจ และทิ้งร่องรอยแผลเป็นไว้ให้รักษา หากดูแลไม่ถูกวิธี ฮีรูสการ์ ผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็น จึงได้จัดเวิร์กช็อป สมานใจ สมานแผลเป็นจากสิว โดยได้รับเกียรต
โดย นพ.ทรงษิต ตันเสนีย์ แพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ กล่าวถึงการดูแลสิวและแผลเป็นว่า จากการรักษาที่ผ่านมา พบว่า สิว จัดเป็นปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสิวเกิดได้ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกร่างกายมากระตุ้น โดยพันธุกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจะมีผิวพรรณดีหรือไม่ดี รวมทั้งการเกิดสิวด้วย นอกจากนี้ ฮอร์โมนเพศทั้งชายและหญิง การดูแลตัวเอง และมลภาวะรบกวนภายนอกก็มีส่วน โดยสิวที่เป็นปัญหา มักเป็นสิวอุดตัน ซึ่งเกิดจากไขมันไปอุดตันท่อรูขุมขน ทำให้เซลล์จัดเรียงตัวไม่ดี เกิดเป็นเม็ดสิวหัวปิด มักเกิดที่บริเวณจมูกและคางได้ง่าย เนื่องจากมีต่อมไขมันอยู่มาก
"หากเราปล่อยไว้ไม่รักษา อาจเกิดการลุกลามเป็นแผลอักเสบ เกิดเป็นแผลเป็นตามมา ซึ่งในทางการแพทย์แล้วขึ้นชื่อว่าแผลเป็นคือรักษาไม่หาย แต่สามารถทำให้ดูดีขึ้นได้ อาจแบ่งได้หลักๆ คือ รอยแผลเป็นนูน เนื้อเยื่อเกิดการพองตัวเป็นซีสต์ ยึดเกาะทำลายชั้นหนังแท้ มีทั้งแบบที่นูนเท่ารอยขอบแผล และแบบที่นูนเกินขอบแผลเดิม หรือที่เรียกว่า คีลอยด์ แผลเป็นนูนเป็นแผลเป็นรักษายากที่สุด ต้องใช้เลเซอร์ หรือฉีดสเตียรอยด์เพื่อยับยั้งการสร้างเยื่อพังผืด แต่ประมาณ 1 ปีก็อาจกลับมานูนได้ใหม่ และการทำซ้ำบ่อยๆ ก็อาจเกิดเส้นเลือดฝอย หรือด่างขาวได้" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแจง
พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำวิธีการดูแลสิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้าแล้วด้วยว่า พอเริ่มเป็นสิวไม่ควรไปสัมผัส หรือขัดถูบ่อยๆ เพราะรอยแผลหลุมเกิดจากเนื้อเยื่อผิวที่มีหลายชั้นถูกทำลายลึก จนไม่สามารถสร้างชั้นผิวได้ครบเหมือนผิวด้านข้าง จึงเห็นเป็นลักษณะหลุม มักเกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตันให้หลุดออก มีทั้งที่ขอบชัด ขอบไม่ชัด หลุมลึก การรักษาทำได้ง่ายกว่าแผลเป็นนูน ด้วยการฉีดสารเติมเต็ม หรือการใช้เลเซอร์ รอยดำ รอยแดง จากสิว เกิดจากเม็ดสีถูกกระตุ้นมากเป็นพิเศษไม่ว่าจากแสงแดดและการอักเสบร่วมด้วย สามารถรักษาได้ด้วยการทายา
"ทางที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงแผลเป็นจากสิว ก็คือการดูแลตั้งแต่ไม่ให้เกิดสิว โดยเลือกให้ครีมบำรุงที่เหมาะสมกับผิว ไม่มันเกินไป นอนพักผ่อนและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ เช่น ปลาแซลมอน, ผักออแกนิก เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมี, ผักที่มีสีสันสดใส, อาหารที่มีธาตุสังกะสี, วิตามินซี เป็นต้น แต่หากเกิดสิวขึ้นแล้ว จะต้องรีบรักษาตั้งแต่เริ่มต้น เบื้องต้นคือสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีในการยับยั้งการอักเสบไม่ให้ลุกลาม หากสิวยุบแล้วก็ให้รีบหายาทาป้องกันรอยแผลเป็นตั้งแต่แผลเริ่มแห้งตกสะเก็ด โดยเลือกที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ, อี, บี5, โคจิก เอซิด, อาบูติน เป็นต้น” คุณหมอแนะนำการดูแลผิวหน้าเป็นการปิดท้าย



