ไลฟ์สไตล์

กรมหม่อนไหมเร่งผลิตท่อนพันธุ์หม่อนรองรับสิ่งทอขยายตัว

กรมหม่อนไหมเร่งผลิตท่อนพันธุ์หม่อนรองรับสิ่งทอขยายตัว

09 มิ.ย. 2553

กรมหม่อนไหม เร่งผลิตท่อนพันธุ์หม่อนและตัวไหมให้เกษตรกร เชื่อความต้องการผ้าไหมและสิ่งทอขยายตัวต่อเนื่อง

 (9มิ.ย.)นายไพโรจน์ ลิ้มจำรูญ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า จากปัญหาการลดลงของจำนวนเกษตรกร ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจากเดิมที่มีจำนวน 3 แสนกว่าราย เหลือเพียง 6-7 หมื่นราย เพราะประสบปัญหาหลายด้าน อาทิ ขาดแคลนท่อนพันธุ์หม่อนและพันธุ์ไหมที่มีคุณภาพ พันธุ์ไม่มีความต้านทานต่อโรคและแมลง และต้นทุนการผลิตสูง แนวทางการแก้ปัญหาได้สั่งการให้สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯทุกเขต และศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 21 ศูนย์ เร่งผลิตท่อนพันธุ์หม่อนและพันธุ์ไหมที่มีคุณภาพ เพื่อจำหน่ายและแจกให้กับเกษตรกรนำไปปลูกและเลี้ยงขยายพันธุ์ มอบหมายให้นักวิชาการและเจ้าหน้าส่งเสริมได้เข้าไปให้ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกหม่อน และเลี้ยงไหมที่ถูกวิธีให้กับเกษตรกร ในส่วนของพันธุ์ไหมกรมหม่อนไหมจะเป็นผู้เลี้ยงไหมวัยอ่อนอายุ ประมาณ 10 วัน และให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงต่อ เพื่อลดอัตราการตายของตัวไหมวัยอ่อน โดยในปี 2553 นี้ กรมหม่อนไหมตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนเกษตรกร ผู้ปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม 10-15 %

  ขณะนี้ได้เตรียมที่จะส่งเสริมและจำหน่ายจ่ายแจกท่อนพันธุ์หม่อนและไหมสายพันธุ์ต่างๆ ให้กับเกษตรกร เพื่อเพิ่มคุณภาพและปริมาณผลผลิตรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น โดยพันธุ์หม่อนรับรอง ได้แก่ พันธุ์นครราชสีมา 60 บุรีรัมย์ 60 สกลนคร พันธุ์หม่อนแนะนำ ได้แก่ ศรีสะเกษ 33 บุรีรัมย์ 51 และพันธุ์เชียงใหม่ เป็นต้น สำหรับพันธุ์ไหม ที่ส่งเสริมแยกเป็นไหมไทยพื้นบ้าน ได้แก่ นางน้อย นางตุ่ย นางสิ่ว สำโรง นายสาย ไหมไทยลูกผสม ได้แก่ อุบลราชธานี 60-35 อุดรธานี สกลนคร ไหมพันธุ์อุตสาหกรรม ได้แก่ เหลืองโคราช K1 x K8 เป็นต้น

 อาชีพการเลี้ยงไหมใช้เวลาสั้นเพียง 20-25 วัน ก็สามารถได้เส้นไหมนำมาจำหน่าย สร้างรายได้เร็วกว่าการปลูกข้าวหรือพืชไร่ชนิดอื่น ๆ อีกทั้งผลผลิตจากหม่อนและไหมนำมาแปรรูปสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลายประเภท และสร้างมูลค่าเพิ่มของราคาได้หลายสิบเท่าตัว จึงเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงสร้างรายได้ที่ดี อีกทั้งผลิตภัณฑ์สิ่งทอและผ้าไหมไทย ก็เป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดผู้บริโภคในต่างประเทศ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่สำคัญของกรมหม่อนไหมที่จะเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกร เพื่อผลิตเส้นไหมที่มีคุณภาพป้อนอุสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

 “เกษตรกรประสบปัญหาด้านการผลิตทำให้ขาดทุน ขาดแคลนพันธุ์ที่ดี หรือเมื่อได้พันธุ์ไปแล้ว นำไปขยายพันธุ์เองโดยขาดความรู้ความเข้าใจทำให้พันธุ์ไม่มีความเข็งแรงไม่ต้านทานโรค ทำให้ได้ผลผลิตต่ำไม่คุ้มทุน คุณภาพเส้นไหมไม่ดีไม่เป็นที่ต้องการของตลาด สวนทางกับความต้องการของตลาดการบริโภคผลผลิตหม่อนและเส้นใยไหมที่มีมาก ทั้งในงานหัตกรรมสิ่งทอ หัตอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมผ้าไหมที่มีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากการผลิตในประเทศมีมากพอก็สามารถลดการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศได้ เป็นการประหยัดเงินตราของประเทศที่จะต้องสูญเสียไป ทั้งๆที่เราสามารถผลิตเองได้” นายไพโรจน์ กล่าว