
ชาวสวนแนะแก้ปัญหาลำไยนอกฤดู
กลุ่มเกษตรกรฯ เชื่อมาตรการแก้ปัญหาผลผลิตลำไยของคณะอนุกรรมการไร้ผล ระบุประเมินสูงเกินจริง 1 แสนตัน แนะกันงบ 100 ล้านช่วยผลผลิตนอกฤดูกาลแทน
นายประเทือง คงรอด ประธานกลุ่มผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ เปิดเผยว่า ตามที่คณะอนุกรรมการป้องกันแก้ไขผลไม้ภาคเหนือ คาดการณ์ว่าผลผลิตลำไยในฤดูที่จะออกเดือนกรกฎาคมนี้ มีประมาณ 4.2 แสนตัน พร้อมกำหนดมาตรการช่วยเหลือและบริการจัดการลำไยปี 2553 โดยเสนอของบประมาณ 335.93 ล้านบาท นั้น เห็นว่าประมาณการผลผลิตดังกล่าวสูงเกินความเป็นจริงถึง 1 แสนตัน เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวน อากาศร้อนยาวนานและมีพายุฤดูร้อน ทำให้ผลผลิตบางส่วนเสียหาย ทำให้เบื้องต้นน่าจะมีผลผลิตจริงเพียง 3 แสนตัน
ส่วนมาตรการที่กำหนดออกมาก็ใกล้เคียงกับมาตรการเมื่อปีก่อน ซึ่งล้มเหลวไม่สามารถแก้ไขปัญหาลำไยและช่วยเหลือเกษตรกรได้จริง แต่เป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกและพ่อค้าคนกลาง ทั้งยังขาดการมีส่วนร่วมจากเกษตรกร เพราะมีตัวแทนจากสถาบันเกษตรกรเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการเพียงไม่กี่คน แต่สถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ส่วนใหญ่ใน จ.ลำพูน จ.เชียงใหม่ ไม่ทราบถึงมาตรการช่วยเหลือที่ออกมา นอกจากนี้มีบางมาตรการ เช่น อบแห้งสีทอง งบประมาณเข้าถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจริง แต่บางมาตรการ เช่น การอบแห้งทั้งเปลือก ที่ให้วงเงินกู้แก่ผู้ประกอบการ สร้างความเสียหายให้ระบบตลาดไม่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคา ส่วนการส่งออกก็เน้นช่วยเหลือผู้ส่งออกโดยตรง
ดังนั้น จึงเห็นว่า ควรนำงบประมาณ 100 ล้านบาท มาช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกรผลิตลำไยนอกฤดูแทน จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ถึง 2,000 ราย เฉลี่ยรายละ 5 ไร่ รวมสนับสนุนการผลิตลำไยนอกฤดูได้ 1 หมื่นไร่ เพราะปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดมาก แต่เกษตรกรยังขาดองค์ความรู้และเงินทุนสนับสนุน ขณะที่ลำไยในฤดูมีปัญหาทุกปี เนื่องจากผลผลิตออกมาตรงกับจีน
"จากการประเมินผลผลิตลำไยในฤดูที่ลดลงนั้น ลำไยเกรดเอเอ คาดว่ามีประมาณ 20% เกรดเอ ประมาณ 45% และเกรดบี 35% หน่วยงานภาครัฐควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ไม่เข้ามาแทรกแซง ลำไยน่าจะมีราคาที่ดี เฉลี่ยเกรดเอเอ กก.ละ 25 บาท เกรดเอ กก.ละ 20 บาท และเกรดบี กก.ละ 15 บาท ยกเว้นหากตลาดผันผวนก็ควรนำงบประมาณมาช่วยเหลือ โดยการชดเชยให้เกษตรกรโดยตรง" นายประเทืองกล่าว



